xs
xsm
sm
md
lg

ARMY พร้อมเปย์ BTS ARIRANG โกย 1.6 หมื่นล้าน! บุกต่อโรงหนัง 6,100 จอทั่วโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน - BTS กำลังเปลี่ยนความสำเร็จของเวิลด์ทัวร์ ARIRANG ให้เป็นโมเดลธุรกิจบันเทิงที่สร้างรายได้จากหลายช่องทาง โดยเฉพาะยอดขายบัตรคอนเสิร์ตที่สะสมทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 16,250 ล้านบาท สร้างสถิติเป็นวงป๊อปวงแรกของโลกที่ทำรายได้จากการขายบัตรในระดับดังกล่าวจากทัวร์เดียว ก่อนขยายตลาดสู่โรงภาพยนตร์ทั่วโลกอีกกว่า 6,100 จอ ครอบคลุมมากกว่า 80 ประเทศและภูมิภาค 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนการต่อยอดธุรกิจจาก Concert สู่ Content Distribution โดยใช้ฐานแฟนคลับระดับโลกเป็นกำลังซื้อสำคัญ เชื่อมโยงรายได้จากบัตรเข้าชม สินค้าลิขสิทธิ์ การฉายคอนเสิร์ตในโรงภาพยนตร์ และธุรกิจบันเทิงรูปแบบอื่น ซึ่งเป็นรายได้ต่อยอดจากยอดขายบัตรทัวร์ 1.6 หมื่นล้านบาท


1. ARIRANG ทัวร์หมื่นล้าน สร้างสถิติวงป๊อปโลก

รายงานของ Yonhap News Agency เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เผยว่า BTS ทำยอดขายบัตรสะสมจาก ARIRANG World Tour ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 16,250 ล้านบาท อ้างอิงข้อมูล Billboard Boxscore นับเป็นวงป๊อปวงแรกที่ทำได้ และเป็นวงที่ 7 ของโลกที่มียอดขายบัตรจากทัวร์เดียวเกินระดับนี้ โดยอีก 6 วงก่อนหน้าเป็นวงร็อกทั้งหมด

และเฉพาะเดือนสิงหาคม BTS แสดง 12 รอบในอเมริกาเหนือ มีผู้ชมประมาณ 800,000 คน สร้างรายได้จากบัตร 171.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5,580 ล้านบาท เป็นรายได้รายเดือนสูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ Billboard Boxscore รองจาก Beyoncé ในเดือนสิงหาคม 2566

ขณะรายงานยังเหลือการแสดงอีกประมาณ 40 รอบ ซึ่งทาง Billboard ประเมินว่า รายได้สะสมปลายทางอาจเข้าใกล้ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 32,500 ล้านบาท


2. HYBE รับอานิสงส์ทัวร์ ดันรายได้ไตรมาสทำสถิติ

ผลประกอบการ HYBE ไตรมาส 3/2569 สะท้อนแรงส่งจากธุรกิจคอนเสิร์ต โดย Yonhap News Agency รายงานวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 อ้างอิงข้อมูลผลประกอบการและการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทว่า มีรายได้รวม 1.53 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 35,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.8% จากปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 188.5 พันล้านวอน หรือราว 4,335 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.3 พันล้านวอน หรือประมาณ 260 ล้านบาท 

โดยรายได้แยกตามธุรกิจประกอบด้วย
  • Concert 726.8 พันล้านวอน หรือประมาณ 16,716 ล้านบาท
  • Merchandise & Licensing 334.6 พันล้านวอน หรือประมาณ 7,696 ล้านบาท
  • Album & Streaming 282.8 พันล้านวอน หรือประมาณ 6,504 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวเป็นรายได้รวมของศิลปินทั้งหมดในเครือ HYBE ไม่ใช่รายได้จาก BTS เพียงวงเดียว แต่เวิลด์ทัวร์ BTS เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการแสดงในยุโรปและอเมริกาเหนือที่มีผู้ชมสูงสุดถึง 70,000 คนต่อรอบ 


3. Fan Economy ขายสินค้า 2 ล้านชิ้นใน 45 วัน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ คือ Merchandise ซึ่ง HYBE รายงานว่า ในช่วงทัวร์อเมริกาเหนือของ BTS มีแฟนคลับเข้าใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าประมาณ 1 ล้านคน ใน 12 เมือง ภายใน 45 วัน และสร้างยอดขายสินค้าเกือบ 2 ล้านชิ้น

ทั้งนี้ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 Maeil Business Newspaper รายงานว่า HYBE เปิดเผยยอดขายสินค้าเกือบ 2 ล้านชิ้นใน 12 เมือง ภายใน 45 วัน ธุรกิจสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปิดขายในช่วงเริ่มทัวร์ แต่สามารถสร้างยอดซื้อซ้ำตลอดเส้นทางการแสดง ผ่านการออกแบบสินค้า การกระจายจุดจำหน่าย และระบบรับสินค้าผ่าน Weverse Pickup
โมเดลนี้ทำให้แฟนคลับไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อบัตร แต่เป็นผู้บริโภคสินค้าและประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับศิลปินโดยตรง เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ต่อเนื่องนอกเหนือจากยอดขายบัตรคอนเสิร์ต 


4. ไฮไลต์ Concert-to-Cinema ขยายเวทีสู่ 6,100 จอทั่วโลก 

ประเด็นสำคัญที่สุดของการขยายธุรกิจรอบนี้ คือการนำคอนเสิร์ตไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลก ผ่านความร่วมมือระหว่าง BIGHIT MUSIC, HYBE และ Trafalgar Releasing ผู้จัดจำหน่ายคอนเทนต์อีเวนต์ในโรงภาพยนตร์ ตามรายงาน Sports Kyunghyang วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เผยว่า การฉายครั้งใหม่ครอบคลุม 2 การแสดง ได้แก่
  • เกาสง ไต้หวัน 21 พฤศจิกายน 2569 ถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตบนจอประมาณ 3,300 จอ
  • จาการ์ตา อินโดนีเซีย 29 ธันวาคม 2569 ถ่ายทอดสดบนจอประมาณ 2,800 จอ
รวมประมาณ 6,100 จอในกว่า 80 ประเทศและภูมิภาค โดยบางประเทศจะรับชมแบบถ่ายทอดสด ขณะที่บางพื้นที่ปรับเวลาเป็นการฉายล่าช้าประมาณ 1–2 วันตามเขตเวลา เปิดจำหน่ายบัตรทั่วโลกวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดย Trafalgar Releasing ผู้จัดจำหน่ายได้เผยแพร่รายละเอียดกิจกรรมผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแล้ว

การขยายสู่โรงภาพยนตร์มีความสำคัญในเชิงธุรกิจ เพราะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมโดยไม่ต้องเพิ่มรอบแสดงในสนามกีฬา และเปิดโอกาสให้แฟนคลับที่ไม่สามารถเดินทางไปยังสถานที่จัดคอนเสิร์ตเข้าถึงประสบการณ์เดียวกันผ่านจอขนาดใหญ่และระบบเสียงของโรงหนัง

ผลงานก่อนหน้าชี้ให้เห็นศักยภาพของตลาดนี้ จากข้อมูลฐาน Box Office ของ The Numbers ระบุว่า BTS World Tour ARIRANG: Live Viewing ซึ่งรวบรวมการฉายจาก Goyang และ Tokyo ทำรายได้ Box Office ทั่วโลกประมาณ 11.30 ล้านดอลลาร์ หรือราว 367 ล้านบาท จากโรงภาพยนตร์สูงสุด 1,189 แห่ง นอกจากนี้การฉายรอบ Buenos Aires และ São Paulo มีรายได้ทั่วโลกตามข้อมูล The Numbers ประมาณ 5.58 ล้านดอลลาร์ หรือราว 181 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการจัดจำหน่ายคอนเสิร์ตในโรงภาพยนตร์สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ แม้ผู้ชมไม่ได้อยู่ในสนามจริง

ทั้งนี้หากประเมินศักยภาพของ 6,100 จอ โดยให้แต่ละจอฉาย 1 รอบ ราคาบัตรเฉลี่ย 20 ดอลลาร์ หรือประมาณ 650 บาท และมีผู้ชมเฉลี่ย 50–200 คนต่อจอ จะสร้างรายได้ Box Office จาก 6,100 จอ รวมประมาณ 6.1–24.4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 198–793 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมในโรงภาพยนตร์ตามสมมติฐาน ไม่ใช่รายได้ที่ประกาศอย่างเป็นทางการ และเป็นรายได้ต่อยอดแยกจากยอดขายบัตรเวิลด์ทัวร์ 1.6 หมื่นล้านบาท 


5. โรงภาพยนตร์ขยายบทบาทสู่แพลตฟอร์มอีเวนต์ 

ปัจจุบันการฉายคอนเสิร์ตเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Event Cinema ที่นำคอนเทนต์นอกเหนือจากภาพยนตร์ทั่วไปเข้ามาสร้างรายได้ เช่น คอนเสิร์ต การแสดงสด โอเปรา บัลเลต์ และละครเวที ซึ่งมีข้อมูลจาก Film Distributors’ Association (FDA) ในรายงาน FDA Yearbook 2025 ระบุว่า ตลาด Event Cinema ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์มีรายได้รวม 32.7 ล้านปอนด์ในปี 2567 หรือประมาณ 1,470 ล้านบาท โดยคอนเทนต์ประเภทคอนเสิร์ตมีสัดส่วน 14% ของรายได้ Event Cinema ทั้งหมด   

โมเดลนี้เปิดโอกาสให้โรงภาพยนตร์สร้างรายได้จากฐานผู้ชมเฉพาะกลุ่ม โดยไม่ต้องพึ่งพาภาพยนตร์ใหม่เพียงอย่างเดียว ขณะที่ผู้จัดจำหน่ายสามารถนำคอนเทนต์จากศิลปินระดับโลกไปขายในหลายตลาดผ่านเครือข่ายโรงภาพยนตร์ที่มีอยู่แล้ว

สำหรับ BTS การฉาย ARIRANG จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริม แต่เป็นช่องทางขยายการเข้าถึงผู้ชมและต่อยอดมูลค่าคอนเทนต์จากเวิลด์ทัวร์ให้ยาวนานขึ้น โดยสร้างโอกาสรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมโรงภาพยนตร์เพิ่มเติมจากรายได้หลักของทัวร์


6. ไทยรับอานิสงส์ ARIRANG ลุ้นต่อยอด Fan Economy

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายของทัวร์เอเชีย โดย BTS มีกำหนดแสดงที่ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ วันที่ 3, 5 และ 6 ธันวาคม 2569 ราคาบัตรตั้งแต่ 3,300–7,800 บาท และข้อมูลจาก ThaiTicketMajor ระบุสถานะจำหน่ายบัตร SOLD OUT

การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้มีโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก การเดินทาง และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและกิจกรรมของแฟนคลับ นอกจากนี้โรงภาพยนตร์ไทยยังมีโอกาสเข้าร่วมเครือข่าย Live Viewing รอบเกาสงและจาการ์ตา เนื่องจากการประกาศเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศและโรงภาพยนตร์ที่เข้าร่วมครบทุกแห่ง

ความสำเร็จของ BTS กับเวิลด์ทัวร์ ARIRANG กำลังฉายภาพทิศทางธุรกิจบันเทิงที่สร้างรายได้จากหลายช่องทาง โดยมียอดขายบัตรคอนเสิร์ตเป็นรายได้หลักที่ทะลุ 1.6 หมื่นล้านบาท และยังสามารถต่อยอดมูลค่าทางธุรกิจผ่านการจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์และการจัดจำหน่ายคอนเทนต์ในโรงภาพยนตร์ทั่วโลก ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และการเดินทาง โดยมีฐานแฟนคลับเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเม็ดเงินตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจบันเทิง.