xs
xsm
sm
md
lg

ขนส่งบุกกระทรวงพลังงานยื่น 9 ข้อเขย่าโครงสร้างน้ำมัน ซัดรัฐลดภาษี E20-B20 ผิดจุด จี้เลิกเอื้อโรงกลั่น เตือนเมินข้อเรียกร้อง เจอทัพรถบรรทุกปักหลักยาวข้ามเดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดร.ทองอยู่ ระบุว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 เป็นเวลา 3 เดือน ยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาของภาคขนส่ง เพราะน้ำมันทั้งสองชนิดไม่ใช่เชื้อเพลิงหลักที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกและระบบโลจิสติกส์ใช้กันเป็นวงกว้าง แต่มักเกี่ยวข้องกับการใช้งานในภาคเกษตรกรรมมากกว่า การลดภาษีจึงอาจช่วยผู้ใช้เชื้อเพลิงบางกลุ่ม แต่ไม่ได้ลดภาระต้นทุนของรถขนส่งซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น

ประเด็นที่สหพันธ์ฯ ต้องการให้รัฐบาลหันมาแก้ไขอย่างจริงจัง คือโครงสร้างราคาพลังงานที่ใช้มาอย่างยาวนาน โดย ดร.ทองอยู่ มองว่า ประเทศไทยยังยึดหลักเกณฑ์การกำหนดราคาที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศมีโรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ประเทศไทยมีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง ทว่ากติกาการกำหนดราคากลับยังไม่ได้ปรับให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและการแข่งขันในปัจจุบัน

สหพันธ์ฯ ตั้งคำถามว่า เหตุใดประชาชนและผู้ประกอบการจึงต้องแบกรับต้นทุนพลังงานในระดับสูง ขณะที่สูตรคำนวณราคายังมีองค์ประกอบหลายส่วนที่ควรได้รับการตรวจสอบ ทั้งต้นทุนที่เรียกว่า “ต้นทุนทิพย์” ภาระแฝงในโครงสร้างราคา และค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะค่าการกลั่นที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำหนดไว้ประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสหพันธ์ฯ เห็นว่าควรทบทวนอย่างจริงจัง พร้อมเปรียบเทียบกับระดับในอดีตที่ระบุว่าเคยอยู่ราว 2.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การลดราคาน้ำมันระยะสั้น แต่ต้องการให้รัฐบาลรื้อระบบการคิดราคาพลังงานให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ตั้งแต่การตัดส่วนต่างต้นทุนที่ไม่มีความจำเป็นออกจากสูตรราคา ทบทวนภาระค่าใช้จ่ายแฝงที่ถูกนำมารวมในต้นทุนพลังงาน รวมถึงตรวจสอบค่าการกลั่นและภาษีต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อราคาขายปลีก เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น

ดร.ทองอยู่ ย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณให้รัฐบาลเห็นว่าปัญหาต้นทุนพลังงานไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการขนส่ง แต่ยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงราคาสินค้า ต้นทุนธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากปล่อยให้โครงสร้างราคายังคงเป็นปัญหา ภาคธุรกิจและประชาชนก็ต้องรับภาระต่อไปโดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ที่น่าจับตาคือท่าทีหลังการยื่นข้อเรียกร้องในวันนี้ เพราะหากรัฐบาลและกระทรวงพลังงานยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน สหพันธ์ฯ เตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวภายในเดือนพฤศจิกายน โดยอาจนำขบวนรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ากรุงเทพฯ และเปลี่ยนจากการชุมนุมเพียงวันเดียวเป็นการปักหลักต่อเนื่องบริเวณหน้ากระทรวงพลังงานหรือกระทรวงคมนาคม ซึ่งอาจยืดเยื้อเป็นเวลานานนับเดือน รวมถึงประสานความร่วมมือกับเครือข่ายมวลชนกลุ่มอื่นด้วย

“วันที่ 4 พ.ย. เราเคลื่อนพลแน่นอน ถ้ารัฐมนตรีหรือรัฐบาลไม่มาตอบรับ งานนี้อาจมีอยู่ยาว หากไม่ได้ตามที่เรียกร้อง เที่ยวนี้เรายกระดับแน่นอน” ดร.ทองอยู่กล่าว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมัน แต่เป็นการท้าทายรัฐบาลให้ตอบคำถามสำคัญว่า จะกล้าปรับโครงสร้างพลังงานที่ใช้มานานกว่า 40 ปีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ต้องจ่ายเงินทุกครั้งที่เติมน้ำมัน ไม่ใช่โรงกลั่นหรือผู้กำหนดสูตรราคา แต่คือประชาชนและผู้ประกอบการที่ต้องนำต้นทุนเหล่านั้นไปแบกรับในชีวิตจริง