xs
xsm
sm
md
lg

ดีพร้อมหนุนSMEสิ่งทอสู่การผลิตที่เป็นมิตรสวล. ชูเครื่องหมายThailand Textile Tagเพิ่มมูลค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมยกระดับ SMEs สิ่งทอและไลฟ์สไตล์สู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดันเครื่องหมายคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทย Thailand Textile Tag ช่วยเพิ่มมูลค่า ชี้รีไซเคิลสิ่งทอเป็นเทรนด์โลกขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 14.4 ต่อปี และมีมูลค่าแตะ 182,000 ล้านบาทในปี 2576

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากข้อมูลศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมแฟชั่น สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า 9เดือน(ม.ค.-ก.ย. )ปี 2569 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวมกว่า 154,591.58 ล้านบาท ซึ่งทิศทางอุตสาหกรรมสิ่งทอโลกมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุหมุนเวียนและการนำเส้นใยกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น โดย Grand View Research คาดการณ์ว่าตลาดรีไซเคิลสิ่งทอ (Textile-to-textile Recycling) ทั่วโลกจะเติบโตจาก 64,000 ล้านบาท ในปี 2568 เป็น 182,000 ล้านบาท ในปี 2576 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 14.4 ต่อปีในช่วงปี 2569–2576 

ขณะที่ข้อมูลจาก Textile Exchange ระบุว่า สัดส่วนการผลิตเส้นใยจากการรีไซเคิลสิ่งทอเก่าให้กลับมาเป็นเส้นใยใหม่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.61 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 0.76 ในปี 2568 แม้ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่สะท้อนถึงโอกาสในการพัฒนาระบบรีไซเคิลและการใช้วัสดุหมุนเวียนในอุตสาหกรรม แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญ โดยเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว


ดังนั้น ดีพร้อมจึงมุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs พัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยนำแนวคิดเศรษฐกิจ BCG มาเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าผ่านกิจกรรม Thailand Recycled Textile Tag ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและไลฟ์สไตล์ จำนวน 20 กิจการ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาเชิงลึก เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเตรียมความพร้อมในการยื่นขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ Thailand Textiles Tag ฉลากเขียว (Green Label) และมาตรฐานด้านก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการขยายตลาดและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน


ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าส่งเสริมมาตรฐานผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยผ่านเครื่องหมายคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยหรือ Thailand Textiles Tag เพื่อส่งเสริมคุณภาพผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทย โดยดีพร้อมได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในการดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการผ่านการรับรองรวม 187 กิจการ ครอบคลุม 328 ผลิตภัณฑ์ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 180 ล้านบาท

สำหรับดีมานด์ต่อผลิตภัณฑ์สิ่งทอยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม ข้อมูลสำรวจความคิดเห็นของ SCB EIC Consumer Survey ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวไทยมากถึงร้อยละ 96ให้ความสนใจในสินค้าที่มีความยั่งยืน และมีผู้บริโภคถึงร้อยละ 90 ที่ระบุว่าเคยซื้อผลิตภัณฑ์ยั่งยืนมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งและผู้บริโภคยินดีจ่ายแพงขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ทั้งนี้ ผู้บริโภคกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง และกลุ่มประชากร Gen X รวมไปถึง Baby Boomers คือกลุ่มที่มีความถี่ในการตัดสินใจซื้อสินค้าสิ่งทอยั่งยืนสม่ำเสมอที่สุด