xs
xsm
sm
md
lg

พาส่อง 5 ไฮไลต์ใหม่ LV The Place Bangkok ขึ้นปี 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน - หลังเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่เกษรอัมรินทร์ ล่าสุด Louis Vuitton ปรับโฉม LV The Place Bangkok อีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด Visionary Journeys เติมประสบการณ์ใหม่ผ่านนิทรรศการ งานศิลปะจากศิลปินไทย การขยายพื้นที่ Le Café และไอเทมเอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะที่นี่

LV The Place Bangkok ขึ้นปี 3 โดยปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากกว่าการปรับพื้นที่ แต่เป็นการยกระดับเนื้อหาการจัดแสดงจากเดิมที่เน้นเล่าประวัติศาสตร์ กระเป๋าไอคอนิก และความร่วมมือกับศิลปินระดับโลก สู่การเปิดพื้นที่ให้ศิลปะร่วมสมัยและอัตลักษณ์ไทยเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะห้อง Trunkscape ที่นำโครงสร้างหีบเดินทาง Monogram 96 ใบ ซึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินชมนิทรรศการในปี 2567 มาต่อยอดเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน Immersive Art ของศิลปินไทย 3 คน ผ่านความร่วมมือกับ Bangkok Art Biennale ภายใต้แนวคิด The Future of Travel – Between Memory and Imagination พร้อมเพิ่มการเล่าเรื่องต้นกำเนิดแบรนด์ผ่านพื้นที่ Asnières และ Workshop รวมถึงขยาย Le Café ขึ้นสู่ชั้น 2 เพื่อเพิ่มประสบการณ์ด้านอาหารอีกระดับ


ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี LV The Place Bangkok มีผู้เข้าชมมากกว่า 1,000 คนต่อวัน โดยมีสัดส่วนผู้เข้าชมชาวไทยประมาณ 60% และชาวต่างชาติ 40% ขณะที่กลุ่มผู้เข้าชมส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป และค่อนข้างมีความหลากหลาย ที่มีความสนใจทั้งวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์

สำหรับการปรับโฉมครั้งนี้ มีความพิเศษเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการจาก 600 ตารางเมตร เพิ่มเป็น 700 ตารางเมตร เพื่อรองรับการเล่าเรื่องและจัดแสดงผลงานได้มากขึ้น ขณะที่การเข้าชมใช้ระบบจองเป็นรอบ ผ่านช่องทางออนไลน์หรือวอร์คอิน โดยแต่ละรอบห่างกันประมาณ 30 นาที แต่สามารถยืดหยุ่นเวลาได้ตามความเหมาะสม และแต่ละรอบรองรับผู้เข้าชมสูงสุดประมาณ 10-20 คน เพื่อให้ผู้เข้าชมมีเวลาเดินชมและสัมผัสประสบการณ์ได้อย่างทั่วถึง


พาส่อง 5 ไฮไลต์ใหม่

1. Trunkscape เปิดพื้นที่ศิลปะไทย เชื่อมเรื่องราวการเดินทาง

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ Trunkscape พื้นที่จัดแสดงที่นำเสนอเรื่องราวของหีบเดินทาง Monogram จำนวน 96 ใบ เชื่อมโยงกับ Bangkok Art Biennale ผ่านผลงานของศิลปินไทย 3 คน ได้แก่ นักรบ มูลมานัส, ณิชชา โตทอง และไทกิ ศักดิ์พิสิษฐ์

นิทรรศการอยู่ภายใต้แนวคิด The Future of Travel – Between Memory and Imagination ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างความทรงจำ จินตนาการ และการเดินทาง โดยผลงานของนักรบ มูลมานัส จัดแสดงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570


2. Asnières ยกบ้านและเวิร์กช็อปต้นกำเนิด Louis Vuitton มาไว้ในกรุงเทพฯ

อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจ คือ Asnières ซึ่งนำเรื่องราวบ้านและเวิร์กช็อปของครอบครัว Louis Vuitton ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1859 มาถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและชิ้นงานสำคัญ

ภายในนำเสนอรายละเอียดงานออกแบบสไตล์ Art Nouveau รวมถึงหน้าต่างกระจกไอริสที่ออกแบบโดย Louis Marie Paul Janin พร้อมจัดแสดงกระเป๋า Maison de Famille จากคอลเลกชัน Cruise 2023 ของ Nicolas Ghesquière

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Origins ที่รวบรวมเรื่องราวของหีบเดินทางและงานออกแบบในแต่ละยุค เช่น Canteen Trunk ปี 1895, Picnic Trunk ปี 1909, Library Trunk ปี 1932 และ Dauphine รุ่นปี 1976 ที่นำกลับมาตีความใหม่ในคอลเลกชัน Cruise 2019


3. Le Café ขยายพื้นที่ขึ้นชั้น 2 เพิ่มประสบการณ์มื้ออาหาร

Le Café เป็นอีกส่วนที่ได้รับการปรับเปลี่ยน โดยขยายพื้นที่จากชั้น G ขึ้นไปยังชั้น 2 เพื่อรองรับการให้บริการที่หลากหลายขึ้น ตั้งแต่มื้อกลางวัน Afternoon Tea ไปจนถึงมื้อค่ำ ซึ่งเดิมพื้นที่คาเฟ่รองรับได้แค่หกโต๊ะ แต่การขยายขึ้นไปชั้น 2 จะช่วยให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้น

ส่วนเมนูอาหารอยู่ภายใต้การดูแลของเชฟ Christophe Grilo และทีมเชฟท้องถิ่นจาก Louis Vuitton Culinary Community โดยนำแรงบันดาลใจจากอาหารหลากหลายวัฒนธรรมมาผสมผสานกับวัตถุดิบและรสชาติแบบไทย

สำหรับเมนูที่น่าสนใจในครั้งนี้ ได้แก่ Monogram Ravioli ที่ได้แรงบันดาลใจจากต้มยำ, Caesar Salad Eclipse ที่นำเสนอไก่สไตล์ไหหลำ, Silk Road Wagyu ที่ผสานรสชาติแกงมัสมั่น รวมถึงเมนูของหวานอย่าง Mango Charlotte, Siam Petula และ Thai Tea Fleur


4. Neverfull BB LV&I ไอเทมเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ LV The Place Bangkok

ด้านสินค้าแฟชั่น มีการนำเสนอ Neverfull BB LV&I ในลวดลาย Monogram, Monogram Dune และ Monogram Eclipse ซึ่งเป็นไอเทมเอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะ LV The Place Bangkok ในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยตัวกระเป๋าสามารถปรับแต่งการใช้งานผ่านสายสะพาย กระเป๋าด้านใน และ Keybell เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าเลือกสไตล์ได้ตามความต้องการ


5. Visionary Journeys เปิดห้องจัดแสดงเรื่องราว Louis Vuitton หลายมิติ

นอกจากพื้นที่หลักแล้ว Visionary Journeys ยังพาผู้เข้าชมย้อนดูเรื่องราวของ Louis Vuitton ผ่านห้องจัดแสดงหลายส่วน ทั้ง Workshop, Collaborations, Fashion และ Souvenirs

โดยในส่วน Collaborations รวบรวมผลงานความร่วมมือกับศิลปินและนักออกแบบระดับโลก อาทิ Marc Jacobs x Stephen Sprouse ในคอลเลกชัน Spring/Summer 2001, Takashi Murakami และ Yayoi Kusama ในปี 2023 รวมถึง LV² ผลงานความร่วมมือระหว่าง Virgil Abloh และ NIGO ในปี 2022

ขณะที่ห้อง Fashion นำเสนอผลงานจากครีเอทีฟไดเรกเตอร์และนักออกแบบที่มีบทบาทต่อแบรนด์ในแต่ละยุค ทั้ง Marc Jacobs, Virgil Abloh, Nicolas Ghesquière และ Pharrell Williams ก่อนปิดท้ายด้วยพื้นที่ Souvenirs


จากการเปิดตัวในปี 2567 จนถึงการปรับโฉมครั้งล่าสุด LV The Place Bangkok ยังคงขยายประสบการณ์การเข้าชมผ่านการผสมผสานแฟชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร และงานออกแบบ โดยครั้งนี้เพิ่มทั้งพื้นที่จัดแสดงและเนื้อหาใหม่ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเรื่องราวของ Louis Vuitton ในมิติที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงจับมือกับศิลปินไทยนำเสนออัตลักษณ์ไทยภายในนิทรรศการด้วย

ทั้งนี้นิทรรศการ LV The Place Bangkok เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–20.00 น. โดยผู้สนใจสามารถสำรองบัตรเข้าชมผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสอบถามการเข้าชมแบบ Walk-in .