xs
xsm
sm
md
lg

ทอท.สแกนจุดเสี่ยง”รันเวย์-แท็กซี่เวย์” สุวรรณภูมิ ยืนยัน 20 ปี ซ่อมบำรุง ตามมาตรฐานความปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทอท.ยันดูแลซ่อมบำรุง รันเวย์ -แท็กซี่เวย์ “สุวรรณภูมิ” ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาตามมาตรฐาน ประเมินเหตุ ล้อ China Airlines จากใต้ดินมีระดับน้ำมาก เร่งสแกนจุดเสี่ยง วงเลี้ยวที่รับน้ำหนักมาก-ปรับแผนการซ่อม ด้านกพท.แนะใช้เครื่องมือประเมินความแข็งแรง พร้อมรายงานมาตรการป้องกันเกิดซ้ำ

จากกรณีที่เครื่องบินของ สายการบิน China Airlines เที่ยวบิน CI840 เส้นทาง”สุวรรณภูมิ–เกาสง “ ประเทศ ไต้หวัน เกิดเหตุล้อติดอยู่บนพื้นผิวทางวิ่ง บริเวณหัวทางวิ่ง 02R (ทางวิ่งฝั่งตะวันตกเส้นกลาง) ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมทำการบินออกจากสนามบิน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 19.25 น.

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) กล่าวว่า สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการมาแล้ว 20 ปี รองรับเที่ยวบินประมาณ 7 แสนเที่ยวบินต่อปี หรือมากกว่า 14 ล้านเที่ยวบินแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา มีการตรวจสอบและดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมทางวิ่ง (รันเวย์) ทางขับ (แท็กซี่เวย์) ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตลอดเวลา โดยมีการแบ่งการปิดพื้นที่เพื่อซ่อมบำรุง เป็นช่วงเวลาในแต่ละวัน ไม่ให้กระทบต่อการบิน

สนามบินสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินใช้บริการจำนวนมาก การปิดรันเวย์เพื่อซ่อมบำรุงตามระยะเวลานั้น จะต้องมีการวางแผนและประสานกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ที่จะมีการปรับแผนการบริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้อง ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการซ่อมบำรุงรันเวย์ครั้งใหญ่ ที่ ลึกกว่าระดับชั้นผิว มาแล้ว 3 ครั้ง

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นล่าสุด กับเครื่องบิน China Airlines นั้น จากการหารือด้านวิศวกรรม พบว่า เนื่องจากทสนามบินสุวรรณภูมิตั้งอยู่บนชั้นดินนุ่ม และมีระดับน้ำใต้ดินค่อนข้างสูง ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำที่อยู่ใต้รันเวย์เพิ่มสูงขึ้นมาจนใกล้ถึงชั้นแอสฟัลท์ติก ซึ่งเป็นวัสดุพื้นผิวที่สามารถยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ โดยบริเวณดังกล่าว เป็นจุดที่มีการซ่อมแบบชั่วคราวเพื่อรอการซ่อมถาวร ซึ่งปกติสามารถรองรับได้ไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากมีปัจจัยเพิ่ม จึงอาจทำให้กระทบกับการรองรับน้ำหนัก

ที่ผ่านมาสนามบินสุวรรณภูมิ มีการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่ง (รันเวย์) ด้วยวัสดุ 2 แบบ คือ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) และ ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีต (Portland Cement Concrete) ซึ่งมีคุณสมบัติการกระจายน้ำหนักและการรับแรงจากอากาศยานที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะจุดที่เป็นรอยต่อ จุดเลี้ยวของแท็กซี่เวย์ หรือจุดที่มีแรงบิดสูง ซึ่ง AOT มีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น AOT จะมีการปรับปรุงแก้ไขการทำงาน

“การตรวจสอบมาตรฐานความแข็งแรงของรันเวย์ แท็กซี่เวย์ ทำทุกวัน ทุกสนามบิน ตามวงรอบที่กำหนด และจะมีการประเมินการซ่อมบำรุงตลอดเวลา เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ได้มีการประชุมสายงานวิศวกรรม เร่งปรับปรุงจุดเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน”

ด้าน พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT กล่าวว่า กพท. ออกคำสั่งให้ AOT ดำเนินการตรวจสอบพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับและลานจอดอากาศยาน โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงให้ครบถ้วน พร้อมรายงานมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก

โดยเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากวัสดุก่อสร้างเสื่อมสภาพ แต่ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน

นอกจากนี้ กพท.ยังได้แนะนำให้ AOT ใช้อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีในการตรวจสอบพื้นผิวโดยไม่ต้องเจาะทำลาย (NDI : Non Destructive Inspection) มาใช้งานเพื่อประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างอย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งรันเวย์ ทางขับ และลานจอดฯ ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการรองรับน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ


@ขออภัยผู้โดยสารกรณี จุดตรวจค้นทิ้งขวดน้ำ

ส่วนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพนักงานของ บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บรท.) มีกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ นั้น นางสาวปวีณากล่าวว่า ต้องขออภัยผู้โดยสารจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจค้นมีหน้าที่หลักคือการรักษาความปลอดภัย ที่ต้องดำเนินการตามระเบียบและมาตรฐานที่กำหนด

ปัจจุบัน จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางเพิ่มมากขึ้น ขณะที่มีการนำเทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆเข้ามาช่วย รวมถึงได้มีการออกกฎระเบียบเพิ่มเติมหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างอาจจะยังไม่สอดคล้องกับสังคมไทย เช่น การปรับจากเครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ (HHMD) เป็น “การตรวจค้นด้วยมือ” ยอมรับว่า อาจทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สะดวก ขณะที่ต้องยอมรับว่าพนักงานตรวจค้นเองก็มีความเครียด หากถูกผู้โดยสารต่อว่า
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตรวจค้นและผู้ปฎิบัติงานทุกส่วน ให้ปฎิบัติหน้าที่และให้บริการผู้โดยสารอย่างดีที่สุด