CAAT เผยปี 70 ประเทศไทยมีเครื่องบินใหม่ให้บริการเพิ่มไม่น้อยกว่า 50 ลำ รุกคืบผลิตบุคลากร ผนึก “วิศวฯ จุฬา”และ 53 พันธมิตร จัด “Thailand Aviation Job & Education Fair 2026” เปิด 1,000 ตำแหน่งงานรับคนรุ่นใหม่ ปักหมุด “คน” คือหัวใจขับเคลื่อนการบินในอนาคต
พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. เปิดเผยว่า CAAT ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมการบิน สถาบันการศึกษากว่า 53 หน่วยงาน จัดงาน “Thailand Aviation Job and Education Fair 2026” ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 30–31 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,500 คน และช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพกว่า 1,000 ตำแหน่ง มุ่งลดช่องว่างระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการปฏิบัติงานบนโลกจริง
จากคาดการณ์การเดินทางทางอากาศจะมีอัตราการขยายตัวที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใน 10-20 ปีข้างหน้า ซึ่งอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะมีเครื่องบินพาณิชย์เพิ่มขึ้นกว่า 5,000 ลำ สำหรับประเทศไทย ในปี 2570 จะมีเครื่องบินเข้ามาให้บริการเพิ่ม รวมทุกสายการบิน อย่างน้อย 50 ลำ ทำให้ความต้องการบุคลากร ทั้งนักบิน, ลูกเรือ, ช่างซ่อมบำรุง เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง มีความต้องการเพิ่มขึ้นไปด้วย ขณะที่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการบิน จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้สะสมประสบการณ์ต่อเนื่องหลายปี
การพัฒนากำลังคนด้านการบินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ในอนาคต ควบคู่กับการเกิดใหม่ของรูปแบบการบินรูปแบบใหม่ (Advanced Air Mobility) ทำให้ทิศทางอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินก็ยังเปิดกว้างรับทักษะแห่งอนาคตที่หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Data Analytics, AI, Cyber Security, วิศวกรรมระบบอัตโนมัติ, การบริหารจัดการความยั่งยืน ไปจนถึงสายงานสื่อสารและบริการข้ามสายงาน ซึ่ง กพท. และภาคธุรกิจได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการสร้าง Ecosystem ที่พร้อมรองรับศักยภาพของคนทำงานรุ่นใหม่
“เครื่องบิน 1 ลำ มีศักยภาพในการบิน 24 ชม. หลักมาตรฐานการบิน จะต้องใช้จำนวนนักบินประมาณ 20 คน ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ช่างหลายชุด เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน เพราะบุคลากรด้านการบิน โดยเฉพาะนักบิน มีชั่วโมงบินที่จำกัดตามมาตรฐานความปลอดภัย เป็นต้น “
ภายในงาน “Thailand Aviation Job and Education Fair 2026” มีกิจกรรมเสริมสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมสู่วิชาชีพ อาทิ เวทีเสวนา “Smart Skies, Smart People” โดยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในอุตสาหกรรมการบิน พร้อมปาฐกถาพิเศษจากผู้แทน ICAO ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ตลอดจนการแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจจากตัวจริงในอุตสาหกรรมการบิน ทั้งนักบิน ลูกเรือ และเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ
@ซีอีโอ AOT เน้นย้ำต้องการคนทำงานที่มีความรู้-ทักษะ ปรับเปลี่ยนหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) กล่าวว่า AOT ในฐานะผู้ดูแลสนามบินหลัก 6 แห่ง มองว่าสนามบินเปรียบเสมือน "เมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง" ที่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บุคลากรของสนามบิน จึงมีมาตรฐาน ทักษะความรู้หลายประเภท เช่น มาตรฐานความรู้ด้านการบิน, วิศวกรก่อสร้าง, เทคโนโลยี นักบัญชี, และนักกฎหมาย เป็นต้น ปัจจุบันอุตฯการบินมีการพัฒนาและขยายตัว ทำให้ทักษะบางกลุ่มอาจขาดแคลน เช่น วิศวกร และไอที
“การผลิตบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการบิน รวมถึงการนำเทคโนโลยี หรือ AI มาใช้ทดแทนแรงงาน ไม่สามารถบอกได้ว่า ทดแทนแบบ 1 ต่อ 1 หรือเท่าไร เพราะมีเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานด้วย สำหรับ บุคลากรของ AOT จะไม่ได้ทำหน้าที่เดียวอยู่ตลอดไป ทุกคนต้องมีการเรียนรู้และสามารถปรับเปลี่ยนสายงานและโยกย้ายไปทำสายงานที่เกี่ยวข้องได้”
นางสาวปวีณากล่าวว่า ในฐานะ CEO ของ AOT มองว่า สนามบินต้องการผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานทุกประเภท โดยเฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติพื้นฐานที่ดี เพราะการบินเป็นเรื่องยาก แต่ก็ง่ายหากมีความเข้าใจ สุดท้ายก็จะเรียนรู้และเติบโตไปกับมันได้ ซึ่งคุณสมบัติพื้นฐานสำคัญ เช่น มีความอดทนในการทำงาน ทำซ้ำๆ และมีความมานะพยายามในการเรียนรู้ และมีจิตดีและใจกว้าง ทำงานเป็นทีม เห็นอกเห็นใจผู้อื่น


