สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกกำลัง 8 พันธมิตรด้านการเงิน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “FTI SME Funding Connect” เดินหน้าสร้างกลไกเชื่อมโยงผู้ประกอบการ กับสถาบันการเงินและหน่วยงานสนับสนุนด้านเงินทุนแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งสินเชื่อ การค้ำประกันสินเชื่อ และบริการให้คำปรึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม เสริมสภาพคล่อง รองรับการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)เปิดเผยว่า SMEs เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งจากภาระหนี้เดิม ข้อกำหนดด้านหลักประกัน และความพร้อมทางการเงินของธุรกิจ ส่งผลให้SMEsขาดเงินทุนเพื่อรักษาสภาพคล่อง พัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ลงทุนในเทคโนโลยี และขยายตลาดเพื่อรองรับการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ส.อ.ท. จึงริเริ่มโครงการ FTI SME Funding Connect เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับสถาบันการเงินและหน่วยงานสนับสนุน ช่วยให้สมาชิกเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มาตรการสนับสนุน และช่องทางรับคำปรึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจได้สะดวกและเป็นระบบยิ่งขึ้น โดยมุ่งให้ SMEs มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
นายวีระพงศ์ ศุภเศษฐ์ศักดิ์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้เดินหน้าบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมั่นคงในทุกก้าวของการเติบโต โดยให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ภายใต้ความร่วมมือในโครงการ FTI SME Funding Connect ที่ธนาคารจับมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และพันธมิตร เป็นการช่วยเพิ่มโอกาสให้ SME เข้าถึงแหล่ง
นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากความร่วมมือในงาน Strategic Partnership for Biz Owner ครั้งที่ผ่านมา กสิกรไทยและพันธมิตรได้ร่วมกันวาง Roadmap for Growth เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ SME ไทยในระยะยาว ทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน การปรับตัวสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อลดข้อจำกัดด้านหลักประกัน ควบคู่กับการให้ คำปรึกษาทางการเงินผ่าน บสย. F.A. Center และการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการประเมินสุขภาพธุรกิจผ่าน Health Check หรือการตรวจสุขภาพทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและการพัฒนาธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพ สามารถปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท ควบคู่บริการด้านการพัฒนาธุรกิจ Upskill-Reskill ครบวงจร ด้วยกิจกรรม Onsite และ Online ที่มีแพลตฟอร์ม “DX” (dx.smebank.co.th) ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) กล่าวว่า EXIM Bank ร่วมขับเคลื่อนโครงการ FTI SME Funding Connect กับ ส.อ.ท. เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดย EXIM Bank ได้จัดสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับสมาชิก ส.อ.ท. ได้แก่ ส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี ในช่วง 6 เดือนแรก หรือสูงสุด 2 ปี สำหรับสินเชื่อ Green X Transformation หรือส่วนลดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 0.25% สำหรับสินเชื่อที่เข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสมาชิก ส.อ.ท. สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์ม FTI SME Funding Connect ได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2570
นอกจากนี้ ยังมีธนาคารออมสิน ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด กล่าวว่า ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งทุนทางเลือกเสริมสภาพคล่องและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้SMEs


