ผู้จัดการรายวัน - Carrefour ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกฝรั่งเศส ประเมินว่าเหตุความไม่สงบ การปล้นสะดม และการหยุดชะงักของร้านค้า อาจฉุดกำไรจากการดำเนินงานปกติปี 2569 ลง 3,000–7,500 ล้านบาท หลังร้านค้าราว 50 แห่งได้รับผลกระทบในวันแรก พร้อมลดเป้าหมายการเติบโตของกำไรและกรอบลงทุนในฝรั่งเศสลง 3,750 ล้านบาท กระทบทั้งยอดขาย กระแสเงินสด และแผนฟื้นความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงจับจ่ายปลายปี
Reuters รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่า Matthieu Malige ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Carrefour ประเมินผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานปกติไว้ที่ 3,000–7,500 ล้านบาท ครอบคลุมสินค้าถูกขโมยหรือทำลาย ความเสียหายต่ออาคารและอุปกรณ์ การปิดร้าน ค่าใช้จ่ายรักษาความปลอดภัย และยอดขายที่สูญเสีย ขณะที่ Alexandre Bompard ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ร้านค้าประมาณ 50 แห่งได้รับผลกระทบในวันแรก หลายแห่งถูกปล้นสะดม และบริษัทเร่งเปิดร้านเมื่อมีความปลอดภัยเพียงพอ โดยคิดเป็นประมาณ 1% ของเครือข่ายร้านค้าในฝรั่งเศส ตามข้อมูลของ Morgan Stanley
ขณะเดียวกัน Carrefour ได้ปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตในระดับเลขหลักเดียวสูง เหลือทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย และคาดว่ากระแสเงินสดอิสระสุทธิจะลดลงเล็กน้อยจากปี 2568 จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังลดเป้าหมายการเพิ่มอัตรากำไรจากการดำเนินงานปกติจาก 25 จุด เหลือ 0–15 จุด สะท้อนว่าผลกระทบลามจากค่าซ่อมแซมและค่าใช้จ่ายฉุกเฉินไปสู่แนวโน้มกำไรและกระแสเงินสดทั้งปี
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 3 ก่อนเกิดเหตุยังมีแรงส่ง โดยยอดขายสาขาเดิมเติบโต 2.3% ต่อเนื่องจาก 2.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี ฝรั่งเศสเติบโต 1.2% สเปน 2.1% บราซิล 1.4% และอีคอมเมิร์ซ 18% สะท้อนการเติบโตในหลายตลาด ก่อนบริษัทปรับลดเป้าหมายทางการเงินจากสถานการณ์ความไม่สงบในฝรั่งเศส
สำหรับขนาดธุรกิจ Carrefour รายงานรายได้รวมภาษีปี 2568 ที่ประมาณ 3.43 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ประมาณ 80,925 ล้านบาท ลดลงจากประมาณ 85,500 ล้านบาทในปี 2567 เมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานปกติปี 2568 ผลกระทบ 3,000–7,500 ล้านบาทคิดเป็นประมาณ 3.7–9.3% ของกำไรดังกล่าว ทั้งนี้ ตัวเลขนี้เป็นเพียงประมาณการผลกระทบจากเหตุการณ์ ไม่ใช่ตัวเลขกำไรที่ลดลงจริงแล้ว
ด้านแผนลงทุน Carrefour ลดงบลงทุนในฝรั่งเศสจากประมาณ 63,750 ล้านบาท เหลือประมาณ 60,000 ล้านบาท หรือลดลง 3,750 ล้านบาท ต้องติดตามว่าการลดดังกล่าวเป็นการชะลอชั่วคราวหรือการจัดสรรเงินทุนใหม่ในระยะยาว เพราะแม้การรักษาสภาพคล่องจะสำคัญต่อธุรกิจระยะสั้น แต่การปรับปรุงร้านค้าและเพิ่มประสิทธิภาพบริการยังจำเป็นต่อการแข่งขัน
ทั้งนี้ Carrefour มีร้านค้าทั่วโลก 15,719 แห่ง ณ สิ้นปี 2568 และมีร้านในฝรั่งเศสรวมดินแดนโพ้นทะเล 6,766 แห่ง ตามรายงานประจำปี ครอบคลุมทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านใกล้บ้าน ความเสียหายจึงขึ้นอยู่กับทั้งจำนวนร้าน ระยะเวลาปิดบริการ ต้นทุนป้องกันเหตุ และผลกระทบต่อการจับจ่ายในพื้นที่
โดยก่อนหน้านี้ Le Monde รายงานเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมว่า Carrefour ประเมินค่าซ่อมแซมร้านมากกว่า 375 ล้านบาท ขณะที่ Alexandre Bompard ในฐานะประธานสมาพันธ์ค้าปลีกและกระจายสินค้า FCD ประเมินความเสียหายของสมาชิกโดยรวมอยู่ที่หลายร้อยล้านยูโร หรือหลายหมื่นล้านบาท
หุ้นร่วง 15% ตลาดกังวลแนวโน้มกำไร
ในวันที่ 21 ตุลาคม ราคาหุ้น Carrefour ร่วงประมาณ 15% ระหว่างการซื้อขาย มูลค่าตลาดหายไปราว 63,750 ล้านบาท สะท้อนความกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรและแนวโน้มฟื้นตัว
UBS ปรับคำแนะนำหุ้น Carrefour จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” และลดราคาเป้าหมายจากประมาณ 712.50 บาท เหลือ 562.50 บาท พร้อมลดประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2569 จากประมาณ 64.50 บาท เหลือ 60.75 บาท รวมถึงลดประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปกติของทั้งกลุ่มลง 5% เหลือประมาณ 82,500 ล้านบาท และลดประมาณการของฝรั่งเศสลง 10% เหลือประมาณ 38,625 ล้านบาท
UBS ประเมินว่า ความไม่สงบจะกดดันผลประกอบการไตรมาส 4 ซึ่งสร้างกำไรจากการดำเนินงานปกติประมาณหนึ่งในสามของทั้งปี ขณะที่ข้อมูล NielsenIQ ระบุว่า Carrefour สูญเสียส่วนแบ่งตลาด 0.4% ในช่วง P10 (ช่วงข้อมูลสะสม 10 สัปดาห์ล่าสุดของ NielsenIQ) และส่วนแบ่งตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตลดลง 0.5% ดังนั้น Carrefour ต้องเร่งซ่อมและเปิดร้าน ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด ท่ามกลางผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับราคาและการแข่งขันค้าปลีกอาหารที่รุนแรง
นอกจากนี้ Morgan Stanley ปรับคำแนะนำหุ้นจาก “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” เป็น “ลงทุนเท่ากับตลาด” และลดราคาเป้าหมายจากประมาณ 753.75 บาท เหลือ 688.13 บาท หลังลดประมาณการกำไรต่อหุ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง โดยมองว่าความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวลดลง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการลดงบลงทุนอาจกระทบความต่อเนื่องของแผนปรับปรุงสาขา
JPMorgan ระบุว่า ต้องพิจารณาแรงกดดันก่อนเกิดเหตุด้วย โดยชี้ถึงโมเมนตัมที่อ่อนแอในฝรั่งเศส สเปน และบราซิล ขณะที่ AlphaValue มองว่า ความไม่สงบซ้ำเติมภาวะการค้าขายที่เปราะบางอยู่แล้ว
ความเสียหายลามทั้งระบบค้าปลีก ฝรั่งเศสเร่งมาตรการช่วยเหลือ
Fondation IFRAP ประเมินเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมว่า ความเสียหายจากเหตุการณ์วันที่ 17–18 ตุลาคมอาจสูงถึงประมาณ 41,288 ล้านบาทในกรณีสูงสุด แบ่งเป็นความเสียหายทางกายภาพประมาณ 34,163 ล้านบาท และความสูญเสียจากการดำเนินธุรกิจประมาณ 7,125 ล้านบาท
โดยรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศมาตรการช่วยเหลือเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้แก่ สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ผ่าน Bpifrance สูงสุดประมาณ 1.875 ล้านบาทต่อกิจการ การช่วยเหลือการจ้างงานระยะสั้นตามเงื่อนไข การเร่งจัดการสินไหม การเลื่อนกำหนดชำระบางรายการ และการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กที่เสียหายรุนแรง นอกจากนี้ ยังยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยก่อนการชุมนุมวันที่ 24 ตุลาคม เพื่อป้องกันการปล้นสะดมและความเสียหายต่อร้านค้า
จับตาไตรมาส 4 แยกความเสียหายเฉพาะหน้าออกจากปัญหาเชิงโครงสร้าง
เหตุการณ์นี้สร้างความเสี่ยงตั้งแต่สินค้าและทรัพย์สินเสียหาย รายได้จากร้านที่ปิด ค่าใช้จ่ายรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงกระแสเงินสดและแผนลงทุน ขณะที่กำลังซื้อยังถูกกดดันจากค่าครองชีพ ส่งผลให้ Carrefour ต้องประคองผลประกอบการระยะสั้นให้ดี โดยไม่ลดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
หากเปิดร้านและฟื้นยอดขายได้เร็ว ผลกระทบอาจอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ แต่หากความไม่สงบยืดเยื้อ ก็อาจกดดันกำไรและกระแสเงินสดในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้น โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือ Carrefour จะฟื้นยอดขายและรักษาส่วนแบ่งตลาดได้เร็วเพียงใด รวมถึงบริษัทจะเปิดเผยค่าใช้จ่ายรักษาความปลอดภัย ยอดขายที่สูญเสีย และความคืบหน้าการชดเชยจากประกันภัยหรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะช่วยแยกความเสียหายระยะสั้นออกจากปัญหาเชิงโครงสร้างของธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น.


