“ภัทรพงศ์”ดันบริการ Seaplane นำร่อง”เกาะหลีเป๊ะ แซนด์บ็อกซ์”เคาะเกาะกลางและเกาะไข่ ตั้งจุดขึ้นลงชั่วคราว คู่ขนานทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) พร้อมถกเส้นทางบินแนวชายฝั่งอันดามัน เชื่อมภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล มุ่งยกระดับการท่องเที่ยว ควบคู่ความปลอดภัยและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ (Seaplane) ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดสตูล พังงา และตรัง โดยเฉพาะบริเวณเกาะหลีเป๊ะ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากร การกำหนดจุดขึ้นลง การบริหารจัดการห้วงอากาศ การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม และการทดสอบระบบปฏิบัติการบินสาธิต โดยมีนายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ และนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พร้อมด้วยผู้แทนจากสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด (บวท.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อน Seaplane ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในการกำหนดแนวทางที่เหมาะสม ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร ความปลอดภัยด้านการบินและการเดินเรือ การจัดการห้วงอากาศและเส้นทางบิน ตลอดจนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล ควบคู่กับการพิจารณาความต้องการของประชาชน ศักยภาพทางการตลาด และความคุ้มค่าของโครงการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้งคณะทำงานระดับพื้นที่เพื่อสำรวจศักยภาพทำเลและรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น ซึ่งพบว่าภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนให้การสนับสนุนการใช้ Seaplane โดยคาดว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ยกระดับเศรษฐกิจ พร้อมกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่
สำหรับการพัฒนาจุดขึ้นลงบริเวณเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่ประชุมมีข้อสรุปเบื้องต้นว่าบริเวณเกาะกลางและเกาะไข่มีความเป็นไปได้สำหรับการดำเนินการบินชั่วคราว โดยเตรียมจัดตั้งจุดขึ้นลงชั่วคราว สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ความปลอดภัย และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมศึกษาความเหมาะสมเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อกำหนดในเขตอุทยานแห่งชาติ การจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และหลักเกณฑ์การปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม (Code of Practice: CoP) สำหรับจุดขึ้นลงชั่วคราว
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือการเชื่อมโยงเส้นทางบินตามแนวชายฝั่งอันดามัน ตั้งแต่ภูเก็ต กระบี่ ตรัง จนถึงสตูล โดยคำนึงถึงข้อจำกัดด้านเขตแถลงข่าวการบิน (Flight Information Region: FIR) เนื่องจากเกาะหลีเป๊ะอยู่ในเขต Kuala Lumpur FIR ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่นอกเขต Bangkok FIR ของประเทศไทยจึงมีแนวทางกำหนดจุดขึ้นลงบริเวณเกาะกลางและเกาะไข่ ซึ่งอยู่ในเขต Bangkok FIR ก่อนเชื่อมต่อการเดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะด้วยเรือหางยาว ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่
สำหรับการพัฒนาบุคลากร กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ สบพ. จัดเตรียมหลักสูตรสำหรับนักบิน ช่างอากาศยาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีความพร้อมด้านครูการบินและช่างอากาศยานแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาพื้นที่ฝึกบินชั่วคราวเพื่อจำลองสถานการณ์ทั้งในน้ำนิ่งและทะเลเปิด ภายใต้กฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล ขณะเดียวกัน จะทดสอบระบบปฏิบัติการบินสาธิต (Demo Flight & Operational Readiness) ในพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) บริเวณเกาะหลีเป๊ะ เพื่อประเมินความพร้อมของอากาศยาน บุคลากร ผู้ประกอบการ และระบบการทำการบินในสภาพแวดล้อมจริง โดยเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ
นายภัทรพงศ์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านการบิน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศทางทะเล และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อให้ Seaplane ยกระดับะการท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามัน พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบาย Airport for Regional Development ที่มุ่งใช้ท่าอากาศยานเป็ นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค


