กรมทางหลวงชนบท เข้าพื้นที่เริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 จังหวัดเชียงราย แก้รถติด รองรับเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือ เชื่อมสนามบินสะดวก คาดเสร็จ ปี 2572
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบทได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบนถนนทางหลวงชนบทสาย ชร.1023 (บริเวณทางแยกแม่ข้าวต้ม) ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยใช้งบประมาณก่อสร้าง 329.784 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572
โดย ปัจจุบันบริเวณทางแยกแม่ข้าวต้มมีปริมาณการจราจรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน ซึ่งมีทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถขนส่ง และรถยนต์ส่วนบุคคล ส่งผลให้เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจร ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาว พร้อมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการขนส่งของพื้นที่ปริมณฑลอย่างเป็นระบบ ยกระดับการเดินทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทช. จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบนถนนทางหลวงชนบทสาย ชร.1023 (บริเวณทางแยกแม่ข้าวต้ม) ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
โดยโครงการมีระยะทางรวม 1.250 กิโลเมตร ประกอบด้วย
สะพานคู่ขนานยาวตัวละ 268.60 เมตร ช่วงขึ้นลง 170 เมตร รวม 438.60 เมตร ถนนต่อเชื่อมคอนกรีตเสริมเหล็ก 811.40 เมตร จำนวน 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง กว้างช่องละ 3.50 เมตร มีไหล่ทางกว้าง 2 เมตร มีเกาะกลางแบบยก พร้อมก่อสร้างสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มเป็นสะพานคู่ขนาน ขนาด 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง กว้างช่องละ 3.50 เมตร รวมไปถึงการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ และงานอำนวยความปลอดภัย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ทช. ได้กำหนดไว้
นอกจากนี้ ทช. ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง ซึ่งได้เตรียมการติดตั้งแบริเออร์/ผ้าใบ เพื่อแบ่งเขตพื้นที่ก่อสร้าง ควบคู่กับการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างในเวลากลางคืน รวมไปถึงการก่อสร้างสะพานในพื้นที่ปิด ซึ่งจะห้ามไม่ให้การจราจรผ่านใต้สะพานระหว่างการก่อสร้างโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด ตลอดจนจะมีการใช้ผ้าใบเพื่อปกคลุมรถบรรทุกในการเคลื่อนย้ายวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและทำการรดน้ำบริเวณโดยรอบพื้นที่โครงการเพื่อป้องกันฝุ่นไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
นับได้ว่าเป็นอีกโครงการที่สำคัญในพื้นที่ภาคเหนือตามนโยบายภายใต้การกำกับดูแลของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ที่ได้เน้นย้ำในเรื่องแผนการพัฒนาสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมการคมนาคมขนส่งการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อความสะดวกปลอดภัยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ทช. ได้ให้ความสำคัญในการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการฯ ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้ทำการจัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนก่อนเริ่มดำเนินโครงการไปแล้ว พร้อมทั้งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง ผู้แทนประชาชน โดยได้มีการนำเสนอความเป็นมา ลักษณะของโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ/เอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด


