อิซามุ ซาคากุจิ คว้าชัย S.Pellegrino Young Chef Academy รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชีย ณ กรุงเทพฯ สิบเชฟรุ่นใหม่ร่วมกับเชฟที่ปรึกษาและเชฟรุ่นพี่จาก Academy สานต่อชุมชนแห่งวงการอาหาร พร้อมส่งผู้ชนะจากเอเชียสู่เวที Grand Finale ที่อิตาลีในปี 2570
กรุงเทพฯ 22 ตุลาคม 2569 – อิซามุ ซาคากุจิ (Isamu Sakaguchi) จากร้าน Auberge eaufeu เมืองโคมัตสึ ประเทศญี่ปุ่น คว้ารางวัล S.Pellegrino Young Chef Academy Award ในการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef Academy Competition 2026–27 รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชีย หลังได้รับเลือกจากผู้เข้ารอบทั้งสิบคนในการแข่งขัน ณ โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นตัวแทนเอเชียเข้าร่วมการแข่งขันรอบ Grand Finale ที่ประเทศอิตาลีในปี 2570 โดยมีการประกาศผลในพิธีมอบรางวัลและงานกาลาดินเนอร์ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ในค่ำวันเดียวกัน
การแข่งขันครั้งนี้รวมเชฟจากร้านอาหารในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ตลอดสามวันในกรุงเทพฯ เหล่าผู้เข้ารอบได้ร่วมงานเคียงข้างเชฟที่ปรึกษา พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ
คณะกรรมการและเชฟรุ่นพี่ที่กลับมาร่วมกิจกรรม สะท้อนถึงเป้าหมายของ Academy ในการค้นหาผู้มีความสามารถผ่านการแข่งขัน และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา และชุมชนแห่งวงการอาหาร
“ความสามารถที่เราได้เห็นในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นว่าทำไมการลงทุนเพื่อพัฒนาเชฟรุ่นใหม่จึงมีความสำคัญ การแข่งขันเปิดเวทีให้พวกเขาได้แสดงฝีมือ แต่บทบาทของ Academy ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อมอบรางวัล การนำผู้เข้ารอบมาพบกับเชฟที่ปรึกษา คณะกรรมการ และเชฟรุ่นพี่ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่เอื้อให้พวกเขาพัฒนาแนวคิดและก้าวต่อไปในเส้นทางอาชีพ เราตั้งตารอที่จะสนับสนุนอิซามุในการเตรียมตัวเป็นตัวแทนเอเชียสู่รอบ Grand Finale” Giacomo Giacani หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Nestlé Waters & Premium Beverages กล่าว
เมนูซิกเนเจอร์ที่คว้าชัยของเขา “Matsuri: Celebrating Nature, Community, and Abundance” ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมซาโตยามะของญี่ปุ่นและการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ถ่ายทอดเรื่องราวของเทศกาล ประเพณีการเก็บเกี่ยว และความร่วมมือที่หล่อเลี้ยงชุมชนชนบท เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ด้านอาหารเข้ากับระบบนิเวศซึ่งเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบ โดยซาคากุจิเข้าร่วมการแข่งขันภายใต้คำแนะนำของ Shota Itoi จาก Auberge eaufeu เชฟที่ปรึกษาในรอบระดับภูมิภาค
Leong Chan จากร้าน Cristal Room by Anne-Sophie Pic ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งด้วยเมนู “Eight Treasure Pigeon, Beauty of Dried Seafood” โดยมี Antonio Au เป็นเชฟที่ปรึกษา ส่วน Jiwoo Lee จากร้าน Zén ในสิงคโปร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองด้วยเมนู “Between Two Homes: Whole Hairtail” โดยมี Jong-won Son เป็นเชฟที่ปรึกษา
“สำหรับ ‘Matsuri’ ผมอยากยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับชุมชนที่สืบสานวัฒนธรรมอาหารของเรา การได้รับรางวัลนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมขอบคุณ Shota Itoi เชฟที่ปรึกษาของผมสำหรับคำแนะนำ และขอบคุณเชฟทุกคนที่ได้พบกันที่นี่สำหรับการแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ ผมตั้งตารอที่จะพัฒนาเมนูนี้ต่อไป และนำเรื่องราวของมันไปถ่ายทอดบนเวที Grand Finale” อิซามุ ซาคากุจิ กล่าว
คณะกรรมการระดับภูมิภาคทั้งเจ็ดคนประเมินทักษะทางเทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ และความเชื่อส่วนบุคคลที่ถ่ายทอดผ่านอาหารแต่ละจาน ประกอบด้วย Garima Arora จาก Gaa, Chudaree “Tam” Debhakam จาก Baan Tepa, LG Han จาก Labyrinth, Sun Kim จาก Meta Restaurant, Ryogo Tahara จาก Logy, Sam Tran จาก Gia และ Luigi Troiano จากร้าน Noi
“สำหรับเชฟรุ่นใหม่ การพัฒนาอาหารหนึ่งจานยังเป็นกระบวนการค้นหาว่าตนเองอยากสื่อสารอะไรผ่านอาหาร ทักษะทางเทคนิคมีความสำคัญ เช่นเดียวกับความเข้าใจในวัตถุดิบและผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง การรวมเชฟจากทั่วเอเชียไว้ด้วยกันเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับไปต่อยอดในครัวของตนเอง” เชฟชุดารี “ตาม” เทพาคำ จากบ้านเทพา หนึ่งในคณะกรรมการระดับภูมิภาค กล่าว
อีกสามรางวัลเชิดชูเอกลักษณ์และแนวคิดด้านอาหารของผู้เข้ารอบ
S.Pellegrino Social Responsibility Award – Soyoon Kwon จาก L’amant Secret กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการคัดเลือกโดย Sustainable Restaurant Association
Acqua Panna Connection in Gastronomy Award – Leong Chan จาก Cristal Room by Anne-Sophie Pic ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้รับการคัดเลือกโดยเชฟที่ปรึกษาของการแข่งขัน
Fine Dining Lovers Award – Ai Ichinose จาก SOLUNA กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการคัดเลือกโดย Fine Dining Lovers Insiders
สานต่อชุมชนแห่งวงการอาหาร เชื่อมเชฟต่างรุ่นเข้าด้วยกัน
กิจกรรมเริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ด้วยงานเลี้ยงต้อนรับที่ CLARA โดยเชฟ Christian Martena และทีมงานของร้าน การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของ Christian เชื่อมโยงค่ำคืนนี้เข้ากับเรื่องราวการเป็นเชฟที่ปรึกษาของ Academy อย่างชัดเจน เขาเคยเป็นที่ปรึกษาให้ Simone Scarparo ผู้ได้รับรางวัล S.Pellegrino Social Responsibility Award ระดับภูมิภาคเอเชียในปี 2024–25 และกลับมาในปีนี้ในฐานะเชฟที่ปรึกษาของ Kittitee Kamonnawin ผู้เข้ารอบจาก CLARA มื้อค่ำครั้งนี้เปิดโอกาสให้เชฟ เชฟที่ปรึกษา และแขกรับเชิญได้ทำความรู้จักกันก่อนวันแข่งขัน
วันที่ 19 ตุลาคม เวทีสนทนากับเชฟ ณ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ชวนสำรวจประสบการณ์และแนวคิดเบื้องหลังเส้นทางอาชีพเชฟ โดยใช้คำถาม SPARK ของ S.Pellegrino เป็นจุดเริ่มต้นในการแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแบ่งปันความคิดเห็นและเรียนรู้จากกันนอกครัวแข่งขัน
มื้อค่ำวันเดียวกันที่ Blue Elephant Sukhumvit สานต่อความสัมพันธ์ระหว่างเชฟมากประสบการณ์กับเชฟรุ่นใหม่ โดยมีทีม Blue Elephant เชฟ Gerard Villaret และอดีตลูกศิษย์อย่าง Chudapa “Joy” Chansaming ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชียในปี 2022–23 มาร่วมงาน เชฟ Gerard กลับมาปีนี้ในฐานะเชฟที่ปรึกษาของ Patnarin Posiri จาก Elements, inspired by Ciel Bleu สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นผ่าน Academy ยังคงเติบโตต่อเนื่องข้ามรุ่นการแข่งขัน
เชฟรุ่นพี่จาก Academy ยังมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ค่ำคืนปิดงานในวันที่ 20 ตุลาคม โดย William Yee ผู้ได้รับรางวัล Acqua Panna Connection in Gastronomy Award ระดับภูมิภาคเอเชียในปี 2024–25 ร่วมสร้างสรรค์ช่วงค็อกเทลต้อนรับ ขณะที่ Ardy Ferguson ผู้ชนะการแข่งขันระดับโลกในปี 2024–25 ร่วมกับ Louis Han จาก Nae:um ประเทศสิงคโปร์ รังสรรค์อาหารสำหรับงานกาลาดินเนอร์
Louis เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกในปี 2560 ก่อนจะมาเป็นเชฟที่ปรึกษาให้ Ian Goh ผู้ชนะรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชียในปี 2565 และผู้ได้รับรางวัล Fine Dining Lovers Food for Thought Award ระดับโลกในปี 2566 การกลับมาของเชฟเหล่านี้ ควบคู่กับบทบาทเชฟที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่องของ Christian และ Gerard แสดงให้เห็นว่า Academy สร้างโอกาสให้สมาชิกได้เรียนรู้ เติบโต และส่งต่อประสบการณ์สู่เชฟรุ่นต่อไปอย่างไร
S.Pellegrino ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคเอเชีย โดยขอขอบคุณเป็นพิเศษแก่ CLARA และเชฟ Christian Martena, Peroni, โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และ Blue Elephant Sukhumvit การสนับสนุนจากทุกฝ่าย รวมถึงการมีส่วนร่วมของเชฟรับเชิญ เชฟที่ปรึกษา คณะกรรมการ พันธมิตรทางการค้า และผู้จัดจำหน่าย ช่วยให้ชุมชน Academy ได้มารวมตัวกันในกรุงเทพฯ และขอขอบคุณโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ สำหรับสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลและงานกาลาดินเนอร์
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ S.Pellegrino Young Chef Academy ได้ที่: sanpellegrinoyoungchefacademy.com
เกี่ยวกับ S.Pellegrino Young Chef Academy
S.Pellegrino Young Chef Academy เป็นโครงการระดับโลกของ S.Pellegrino ที่มุ่งสนับสนุนบุคลากรรุ่นใหม่ในวงการอาหารผ่านการศึกษา การให้คำปรึกษา การสร้างเครือข่าย และโอกาสทางอาชีพ การแข่งขันระดับนานาชาติของโครงการเปิดเวทีให้เชฟรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านอาหารในแบบของตนเอง โดยผู้ชนะระดับภูมิภาคจะได้ก้าวสู่การแข่งขันรอบ Grand Finale
ข้อมูลเพิ่มเติม: sanpellegrinoyoungchefacademy.com
เกี่ยวกับ S.Pellegrino และ Acqua Panna
S.Pellegrino, Acqua Panna และ Sanpellegrino Italian Sparkling Drinks เป็นเครื่องหมายการค้าระดับนานาชาติของ Sanpellegrino S.p.A. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จัดจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ ผ่านสาขาและผู้จัดจำหน่ายในทั้งห้าทวีป สะท้อนคุณภาพและความเป็นเลิศจากแหล่งกำเนิด พร้อมถ่ายทอดวิถีอิตาเลียนสู่ทั่วโลกด้วยการผสานความรื่นรมย์ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี ด้วยผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 120 ปี Sanpellegrino เป็นบริษัทชั้นนำของอิตาลีในกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งน้ำแร่ เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย และน้ำอัดลม
Sanpellegrino มุ่งมั่นมาโดยตลอดในการรักษาคุณค่าของน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของโลก และดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและความทุ่มเท เพื่อให้ทรัพยากรนี้มีอนาคตที่ยั่งยืน
เกี่ยวกับโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต
โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 จากความร่วมมือระหว่าง Le Cordon Bleu International และ Dusit International ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดรับนักเรียนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต นำเสนอการศึกษาด้านการประกอบอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ครอบคลุมหลักสูตรของ Le Cordon Bleu ด้านอาหารฝรั่งเศส ขนมอบ ศิลปะการทำขนมปัง และอาหารจากพืช รวมถึงหลักสูตรอาหารไทยเพื่อการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นหลักสูตรเฉพาะของสถาบันในกรุงเทพฯ
โรงเรียนผสานมรดกทางอาหารและความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาของ Le Cordon Bleu เข้ากับการบริการแบบไทยอันมีชื่อเสียงของ Dusit International ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติในครัวมาตรฐานวิชาชีพและเรียนรู้ในห้องสาธิตภายใต้คำแนะนำของเชฟผู้สอนที่มีประสบการณ์ ด้วยการฝึกทักษะทางเทคนิค การเปิดโอกาสให้สัมผัสอุตสาหกรรมจริง และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้นานาชาติ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เตรียมความพร้อมให้นักเรียนทั้งด้านทักษะ ความรู้ และมุมมองทางวิชาชีพ เพื่อก้าวสู่โอกาสในอุตสาหกรรมอาหารและการบริการทั้งในประเทศไทยและทั่วโล


