xs
xsm
sm
md
lg

ไต้หวัน-ไทย ผนึกกำลังด้านการแพทย์อัจฉริยะ โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียนนำทัพขยายตลาด “การมีอายุยืนยาวอย่างอัจฉริยะ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



งานสัมมนาการแพทย์อัจฉริยะไต้หวัน-ไทย ประจำปี 2569 (2026 Taiwan–Thailand Smart Healthcare Conference: TTSHC) ซึ่งจัดโดยโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน (Changhua Christian Hospital: CCH) จากไต้หวัน ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก(Department of Thai Traditional and Alternative Medicine, DTAM) กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จบลงอย่างสวยงามเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ กรุงเทพมหานคร การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การดูแลสุขภาพอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการมีอายุยืนยาว: เทคโนโลยี สุขภาวะ และการแพทย์แผนโบราณ” (Smart Health for Longevity: Technology, Wellness and Traditional Healing) โดยได้รับเกียรติจาก คุณปีเตอร์ หลัน (Amb. Peter Lan) ผู้แทนรัฐบาล ประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โดยงานในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้แทนจากภาครัฐ บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมทั้งไทยและไต้หวันกว่า 200 ท่าน พร้อมทั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำจากไต้หวันอีกกว่า 20 แห่ง ที่มาร่วมจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดและผลการประยุกต์ใช้งาน เพื่อร่วมกันหารือและกำหนดทิศทางการพัฒนาการแพทย์อัจฉริยะและการดูแลสุขภาพเพื่อการมีอายุยืนยาวในอนาคต


งานสัมมนาการแพทย์อัจฉริยะไต้หวัน-ไทย ประจำปี 2569 (2026 Taiwan–Thailand Smart Healthcare Conference: TTSHC) ครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ“การดูแลสุขภาพอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการมีอายุยืนยาว: เทคโนโลยี สุขภาวะ และการแพทย์แผนโบราณ” (Smart Health for Longevity: Technology, Wellness and Traditional Healing) เหล่าผู้นำและผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 ท่าน จากภาครัฐ สถาบันการแพทย์ สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสุขภาพทั้งจากไต้หวันและไทยเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โอกาสนี้ คุณปีเตอร์ หลัน (Amb. Peter Lan) ผู้แทนรัฐบาลจากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานพร้อมแสดงถึงความคาดหวังถึงการยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อนำประสบการณ์และนวัตกรรมอันทันสมัยของไต้หวันมาสร้างประโยชน์แก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้าน ดร. นีน่า เกา (Dr. Nina Kao) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์ภารกิจทางการแพทย์ต่างประเทศ โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน ได้เน้นย้ำว่า กุญแจสำคัญของการมีอายุยืนยาวคือการยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยนวัตกรรมทางการแพทย์ต้องสามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยได้จริง ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้กล่าวว่า การนำยาสมุนไพรและการแพทย์แผนโบราณ มาผสานรวมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จะช่วยเพิ่มทางเลือกสำหรับการแพทย์เชิงป้องกันและการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีสุขภาวะที่หลากหลายและยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้าน นางสาว อุไรพร จันทะอุ่มเม้า ผู้อำนวยการกองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมสูงวัยและการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแพทย์ทางไกล ควรเข้ามาเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ในขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก


ในระหว่างการสัมมนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและการพัฒนานวัตกรรมสำหรับการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวรวมถึงผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน (CCH) ได้ร่วมนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ AI Big Data การเฝ้าระวังทางไกล และการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยำ พร้อมทั้งแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จในการบูรณาการทรัพยากรร่วมกันระหว่างโรงพยาบาล ชุมชน และระบบการดูแลระยะยาว เพื่อสร้างเครือข่ายการดูแลแบบครบวงจรที่เข้าใจผู้ป่วยสมองเสื่อม และเอื้อต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัย ขณะเดียวกัน แผนกการแพทย์แผนจีนของโรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ได้ร่วมกันเจาะลึกถึงการยกระดับการแพทย์แผนโบราณตามหลักเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่และการประยุกต์ใช้ในสังคมสูงวัย นอกจากนี้ ภายในงานยังรวบรวมบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นนำจากไต้หวันกว่า 20 แห่ง มาร่วมจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุด รวมถึงบริษัทชั้นนำของไต้หวันทั้ง 9 แห่ง ได้แก่ AIPUXI, ApexBio, BioCare, Biomarking, SignaStem, U-Right, Fandic, Longgood และ Fortune Sim ที่ได้มาร่วมนำเสนอเทคโนโลยีเชิงลึก ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ช่วยตรวจวินิจฉัย การคัดกรองโรคแบบแม่นยำ เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม ไปจนถึงระบบฟื้นฟูสมรรถภาพอัจฉริยะสำหรับใช้งานที่บ้าน


ในอนาคต โรงพยาบาลจางฮั่วคริสเตียน จะยังคงเดินหน้าส่งเสริมและขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะของไต้หวันให้เข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพในประเทศไทยได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมทั้งเปิดมิติใหม่แห่งความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน