กรมโรงงานฯ แท็กทีม ท็อปกัน-สอจ.ปราจีนบุรี งัด ม.39 สั่งหยุดโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ “เอ็มวาย เมทัล” หลังพบเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบขยายเครื่องจักร-ประกอบกิจการไร้ใบอนุญาต
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีไปแล้ว รวม 3 โรงงาน ได้แก่ บริษัท จี.เค.ซี. รีไซเคิล จำกัด สาขากบินทร์บุรี ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี จำนวน 1 โรงงาน บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 1 โรงงาน และโรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 1 โรงงาน ซึ่งจะเดินหน้าปราบปรามเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง โดยจะไม่ละเว้นให้กับผู้ประกอบการที่เจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน
จากการสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานดังกล่าว การตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่องยังพบอีกหนึ่งโรงงานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการประกอบกิจการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงาน บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ประกอบกิจการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาผ่านกรรมวิธีถอดแยก บดย่อย และหลอมหล่อ เพื่อนำโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ตั้งอยู่ในตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ พบการกระทำความผิดโดยลักลอบขยายกำลังแรงม้าเครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการติดตั้งเครื่องจักรเพื่อประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในอาคารหลายหลังในพื้นที่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งพบการประกอบกิจการในส่วนขยายโรงงานโดยไม่แจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอจ.ปราจีนบุรี จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที พร้อมทั้งอายัดวัตถุอันตรายไว้ทั้งหมด และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต
ล่าสุด (14 ตุลาคม 2569) กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน ที่มีพลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ สอจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อติดตามการปฏิบัติตามคำสั่ง พบพฤติการณ์เจตนาฝ่าฝืนอย่างชัดเจน โดยบริษัทฯ ไม่ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง นอกจากนี้ ในพื้นที่อาคารอีกหลายหลัง ยังพบร่องรอยการลักลอบประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องจักรและมีวัตถุอันตรายเปลี่ยนแปลงไปจากที่อายัดไว้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เข้าข่ายเป็นการตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต
พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเจตนาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ประชาชนและชุมชนใกล้เคียง ดังนั้นกรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว และเร่งปรับปรุงแก้ไขการประกอบกิจการโรงงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมอาศัยอำนาจตามาตรา 37 วรรคสอง ขออนุมัติจากผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผูกมัดประทับตราเครื่องจักร ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรลักลอบประกอบกิจการในระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง เพื่อหยุดยั้งความเสี่ยงและป้องกันเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น


