xs
xsm
sm
md
lg

ครม.ไฟเขียวร่างพ.ร.ฎ.เวนคืน 4 จังหวัด รวม 1,345 ไร่ งบกว่า 1.24 หมื่นล. สร้างรถไฟไทย-จีน เฟส2 “นครราชสีมา-หนองคาย”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครม.อนุมัติร่างพ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ จังหวัดนครราชสีมา,ขอนแก่น ,อุดรธานี และ หนองคาย เพื่อก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ประมาณ 1,345 ไร่ งประมาณกว่า 1.24 หมื่นล้านบาท

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 ต.ค.69 มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโนนสูง อำเภอคง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอพล อำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอน้ำพอง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโนนสะอาด อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสระใคร อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ

และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งให้ คค. รับความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

รวมทั้งให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งที่ต้องดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ถือปฏิบัติตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอย่างเคร่งครัดต่อไป

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา มีดังนี้

1. เดิมโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ระยะที่ 2 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายใหม่ (One Belt One Road : OBOR) และเป็นการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางรางจาก จีน ผ่าน ลาวมายังประเทศไทย โดยครม.มีมติเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 อนุมัติในหลักการโครงการดังกล่าว โดยให้ กระทรวงคมนาคม โดยรฟท. ดำเนินการในส่วนของการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สินและการก่อสร้างงานโยธาภายในกรอบวงเงิน ดังนี้

1.1 ค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สิน ประกอบด้วย ที่ดินประมาณ 1,345 ไร่ จำนวน 1,991 แปลง และสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1,428 รายการ รวมค่าทดแทนในการเวนคืนเป็นเงินประมาณ 12,418.61 ล้านบาท
1.2 ค่างานก่อสร้างโยธา วงเงิน 237,454.86 ล้านบาท
1.3 ค่าควบคุมงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 6,530.01 ล้านบาท
รวมวงเงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 256,403.48 ล้านบาท

2. การดำเนินการก่อสร้างตามโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่ DK.251+881.22 - DK.608+997.30 รวมระยะทางประมาณ 357.12 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพและการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านต่าง ๆ ของประเทศ ลดค่าใช้จ่ายในการใช้รถและเวลาในการเดินทาง ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในดัชนีชี้วัดด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ดังนั้น รฟท. มีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้การก่อสร้างโครงการดังกล่าวเป็นไปตามแผนการที่กำหนดไว้และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางส่วน ดังต่อไปนี้

2.1 ในท้องที่ตำบลหนองไผ่ล้อม ตำบลหัวทะเล ตำบลจอหอ ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา ตำบลด่านคล้า ตำบลโนนสูง ตำบลมะค่า ตำบลพลสงคราม อำเภอโนนสูง ตำบลดอนใหญ่ ตำบลเมืองคง อำเภอคง ตำบลโนนทองหลาง ตำบลบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ ตำบลบัวลาย ตำบลโนนจาน อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา

2.2 ในท้องที่ตำบลหนองมะเขือ ตำบลโนนข่า ตำบลเก่างิ้ว ตำบลหนองแวงนางเบ้า อำเภอพล ตำบลโนนศิลา ตำบลโนนแดง อำเภอโนนศิลา ตำบลในเมือง ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ ตำบลบ้านแฮด ตำบลโนนสนสมบูรณ์ อำเภอบ้านแฮด ตำบลท่าพระ ตำบลเมืองเก่า ตำบลในเมือง ตำบลศิลา ตำบลสำราญ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมืองขอนแก่น ตำบลม่วงหวาน ตำบลหนองกุง ตำบลวังชัย ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง ตำบลคำม่วง ตำบลเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

2.3 ในท้องที่ตำบลทมนางงาม ตำบลโคกกลาง ตำบลโนนสะอาด อำเภอโนนสะอาด ตำบลหนองหว้า ตำบลปะโค ตำบลห้วยเกิ้ง ตำบลตูมใต้ ตำบลพันดอน ตำบลผาสุก อำเภอกุมภวาปี ตำบลห้วยสามพาด อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ตำบลหนองไผ่ ตำบลหนองขอนกว้าง ตำบลโนนสูง ตำบลหมากแข้ง ตำบลหนองบัว ตำบลนากว้าง ตำบลกุดสระ ตำบลบ้านขาว ตำบลนาข่า อำเภอเมืองอุดรธานี ตำบลนาพู่ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี

2.4 ในท้องที่ตำบลคอกช้าง ตำบลสระใคร อำเภอสระใคร ตำบลค่ายบกหวาน ตำบลหนองกอมเกาะ ตำบลมีชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

3. การประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย) และ รฟท. ได้ดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกับโครงการดังกล่าวตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 แล้ว ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นโดยรวมต่อโครงการประชาชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว

4. สำนักงบประมาณ (สงป.) แจ้งว่า สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นให้ รฟท. จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดย สงป. จะจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมเมื่อร่างพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับแล้วตามขั้นตอนต่อไป

5. คค. ได้ดำเนินการตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยได้จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามโครงการฯ เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ตามข้อ 4.6 ประกอบด้วย ชื่อโครงการ รายละเอียดโครงการ แผนบริหารโครงการ ประมาณการรายจ่าย แหล่งเงินที่ใช้ตลอดระยะเวลาการดำเนินการ และประโยชน์ที่จะได้รับ

6. คค. ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 [เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีการตราร่างกฎหมายหรือร่างอนุบัญญัติที่ต้องจัดให้มีแผนที่ท้าย] โดยกรมการปกครองได้ตรวจสอบแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกาฯ แล้ว พบว่า สอดคล้องกับคำบรรยายในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดเขตตำบลในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยแนวเขตที่ดินที่ปรากฏในแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ตามข้อ 2.1 – 2.4

7. ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโนนสูง อำเภอคง อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอพล อำเภอโนนศิลา อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอน้ำพอง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น อำเภอโนนสะอาด อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสระใคร อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย

 เพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน มีกำหนดใช้บังคับ 5 ปี โดยให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ