xs
xsm
sm
md
lg

Baby&Mom เปิดตัวโลโก้ใหม่ ตอกย้ำแบรนด์ “วิทยาศาสตร์ของความเป็นแม่” ผนึกความร่วมมือกับภาคการแพทย์และสถาบันวิจัย ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้หญิงด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 
บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Baby&Mom ประกาศรีแบรนด์ครั้งสำคัญ เปิดตัวโลโก้ใหม่ ตอกย้ำแบรนด์โพซิชันนิ่ง “วิทยาศาสตร์ของความเป็นแม่” (The Science of Motherhood) พร้อมขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์ สู่การดูแลผู้หญิงตลอดเส้นทางความเป็นแม่ ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอดและให้นมบุตร โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเครือข่ายบริการสุขภาพ เดินหน้าขยายพันธมิตรด้าน Fertility Wellness ทั้งภาคการแพทย์และสถาบันวิจัย พร้อมวางรากฐานบุกตลาดต่างประเทศ รับโอกาสจากการเติบโตของ Fertility Tourism ทั่วโลก และสนับสนุนศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็น Fertility Hub ของภูมิภาค 


นายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้สะท้อนทิศทางการยกระดับภาพลักษณ์และขยายบทบาททางธุรกิจของ Baby&Mom ให้สอดคล้องกับความต้องการด้านสุขภาพของผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านการเตรียมตั้งครรภ์และการให้ความรู้แก่ผู้มีบุตรยาก สู่การดูแลสุขภาพผู้หญิงในมิติที่ครอบคลุมมากขึ้น

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Baby&Mom เติบโตจากแพลตฟอร์มที่ให้ความรู้แก่ผู้เตรียมตั้งครรภ์และผู้มีบุตรยาก เราตระหนักดีว่าการดูแลสุขภาพของผู้หญิงไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะวันที่ต้องการมีลูก และไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อคลอดบุตร เพราะผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และวิถีชีวิตในแต่ละช่วงเวลา เราจึงต้องการให้ Baby&Mom เป็นเพื่อนร่วมทางที่ช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงความรู้และแนวทางดูแลสุขภาพที่เหมาะสม โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานสำคัญ

การเปิดตัวโลโก้ใหม่ครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำ แบรนด์โพซิชันนิ่ง (Brand Positioning) ของ Baby&Mom ในฐานะแบรนด์ ‘วิทยาศาสตร์ของความเป็นแม่’ (The Science of Motherhood) ที่มุ่งนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสานกับความเข้าใจในทุกมิติของความเป็นแม่ โดยออกแบบ โลโก้ ให้ทุกองค์ประกอบสะท้อนอัตลักษณ์และทิศทางของแบรนด์ โดย สัญลักษณ์แม่และลูก สื่อถึงความรักและความผูกพัน สีชมพู แทนความอบอุ่นและความเข้าใจในผู้หญิง สีฟ้าเทอร์ควอยซ์ สะท้อนวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ขณะที่ เครื่องหมายบวก สื่อถึงการดูแลสุขภาพและการเสริมสร้างความพร้อมในการเป็นแม่ องค์ประกอบทั้งหมดจึงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ แต่สะท้อนถึง ปรัชญาและแนวทางการดำเนินธุรกิจของ Baby&Mom ที่ให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์มาเป็นรากฐานในการดูแลสุขภาพของผู้หญิง ภายใต้แนวคิด ความรักคือจุดเริ่มต้นของการเป็นแม่ และวิทยาศาสตร์คือพลังสำคัญที่ช่วยดูแลทุกก้าวของการเริ่มต้นชีวิตใหม่” นายเรืองศักดิ์กล่าว


ต่อยอดสู่ Fertility Wellness ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้หญิงเชิงป้องกัน
นางนัชชา ลอยชูศักดิ์ หรือ “ครูก้อย” กรรมการบริหาร บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด และผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Baby&Mom กล่าวว่า การขยายบทบาทของแบรนด์มุ่งต่อยอดองค์ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ สู่ Fertility Wellness หรือการดูแลสุขภาพและเตรียมความพร้อมด้านการเจริญพันธุ์แบบองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) โดยส่งเสริมให้ผู้หญิงดูแลสุขภาพก่อนมีบุตรตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่จำเป็นต้องรอจนประสบภาวะมีบุตรยาก

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการดูแลด้านโภชนาการ การนอนหลับ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการวางแผนสุขภาพร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้หญิงสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสมกับสุขภาพและบริบทชีวิตของตนเอง

“จากประสบการณ์ตรงที่เคยเผชิญภาวะมีบุตรยาก ทำให้เข้าใจว่าผู้หญิงจำนวนมากไม่ได้ขาดความตั้งใจในการดูแลตัวเอง แต่ยังขาดแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง ขณะที่เส้นทางความเป็นแม่ของแต่ละคนแตกต่างกัน เราจึงอยากให้ Baby&Mom เป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงสามารถเข้าถึงความรู้และคำแนะนำที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจผู้หญิงในทุกช่วงของความเป็นแม่” นางนัชชากล่าว

ผนึกโรงพยาบาล คลินิก และหน่วยงานวิจัย ขยายเครือข่าย Fertility Wellness
Baby&Mom เดินหน้าพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงและคู่สมรสเข้าถึงข้อมูลและคำแนะนำด้านสุขภาพจากบุคลากรทางการแพทย์ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมนำร่องร่วมกับ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และ GFC คลินิกเฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก มุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก่อนตั้งครรภ์และการวางแผนมีบุตรอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมประกาศความร่วมมือเครือโรงพยาบาลชั้นนำอีกหลายแห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์ ขยายฐานลูกค้าและโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค พร้อมรองรับการเติบโตของตลาด Fertility Tourism ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพของอุตสาหกรรมบริการสุขภาพในอนาคต

ขณะเดียวกัน Baby&Mom ยังต่อยอดความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ผ่านความร่วมมือกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้แพลตฟอร์ม PhytoEX เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ สะท้อนการต่อยอดจากการให้ความรู้สู่การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
เตรียมขยายตลาดต่างประเทศ รับโอกาส Fertility Tourism เติบโตทั่วโลก

Baby&Mom มองการเติบโตของ Fertility Tourism หรือการเดินทางข้ามประเทศเพื่อเข้ารับบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก เป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดย ข้อมูลจาก Grand View Research บริษัทวิจัยตลาดระดับโลก ระบุว่า ตลาด Fertility Tourism ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 25.1% ต่อปี ระหว่างปี 2568–2573 และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในระดับนานาชาติ

การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการมีบุตรช้าลง ความต้องการเข้าถึงบริการรักษาภาวะมีบุตรยาก และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยี IVF และ ICSI ห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ค่าใช้จ่ายที่สามารถแข่งขันได้ รวมถึงความพร้อมด้านบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนศักยภาพในการก้าวสู่ Fertility Hub ของภูมิภาค

นายเรืองศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตของ Fertility Tourism ไม่เพียงสร้างโอกาสให้โรงพยาบาลและคลินิกรักษาภาวะมีบุตรยาก แต่ยังขยายโอกาสสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพก่อนและหลังการรักษา ทั้งด้านองค์ความรู้ โภชนาการ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และบริการสนับสนุนอื่น ๆ

“เราเห็นโอกาสที่ Baby&Mom จะนำความเชี่ยวชาญด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศ Fertility Wellness ตั้งแต่การให้ความรู้ การส่งเสริมสุขภาพ ไปจนถึงการเชื่อมโยงผู้หญิงกับผู้เชี่ยวชาญและบริการที่เหมาะสม พร้อมพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างเป็นลำดับ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ และเติบโตไปพร้อมกับศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ Fertility Hub ของภูมิภาค”

เปิด 4 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Baby&Mom สู่การเติบโตระยะยาว
สำหรับทิศทางธุรกิจระยะต่อไป Baby&Mom กำหนด 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1. Science & Innovation พัฒนาองค์ความรู้ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และงานวิจัย 2. Women’s Wellness Journey ขยายการดูแลสุขภาพผู้หญิงตั้งแต่เตรียมตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดและให้นมบุตร 3. Healthcare Partnership สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงพยาบาล คลินิก แพทย์ และหน่วยงานด้านสุขภาพ และ 4. Fertility Wellness Ecosystem เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพและเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตรอย่างเป็นองค์รวม

ทั้งนี้ การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศจะดำเนินการอย่างเป็นลำดับ โดยคำนึงถึงความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ ระบบบริการ และเครือข่ายพันธมิตร ควบคู่กับการสื่อสารข้อมูลสุขภาพอย่างรับผิดชอบ บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยไม่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินกว่าข้อมูลที่มีอยู่ และไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์

การรีแบรนด์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์องค์กร แต่เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Baby&Mom สู่การเติบโตในระยะยาว ผ่านการต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมสู่ธุรกิจ Fertility Wellness พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และวางรากฐานรองรับการขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต