ทช.กางงบปี 70 กว่า 4.5 หมื่นล้าน สร้างโครงการใหญ่ 12 โครงการ งานซ่อมบำรุงรักษาทาง และงานด้านความปลอดภัย หนุนท่องเที่ยว กว่า 2,000 แห่ง ส่วนงบปี 69 วงเงิน 5.1 หมื่นล้านเบิกจ่ายได้กว่า 92%
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทช. มีโครงข่ายในความรับผิดชอบทั่วประเทศ จำนวน 3,662 สายทาง ระยะทางรวม 51,295.934 กิโลเมตร สำหรับปีงบประมาณ 2569 ที่ผ่านมา ทช.ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 52,963.2368 ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณเบิกจ่ายไปแล้ว จำนวน 48,749.1416 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 92.04 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69)
โดยมีโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่น ถนนสายแยก ทล.4103 - ถนนพุทธภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ 528.969 ล้านบาท / ถนนสาย พท.4004 แยก ทล.4081 - บ้านฝาละมี อำเภอเขาชัยสน, บางแก้ว, ปากพะยูน จังหวัดพัทลุง งบประมาณ 429.500 ล้านบาท
และมีโครงการที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2569 อาทิ โครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน - ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 - ถนนเชื่อม ทล.212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม งบประมาณ 949 ล้านบาท / โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช.2004 แยก ทล.34 - ทล.314 อำเภอบางปะกง, เมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา (ตอนที่ 1) งบประมาณ 549.50 ล้านบาท /โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ 158 ล้านบาท
ยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับสันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 1,246.285 ล้านบาท / โครงการก่อสร้างถนนสาย จ ผังเมืองรวมเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร งบประมาณ 1,594 ล้านบาท / โครงการก่อสร้างถนนสาย ง ผังเมืองรวมเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณ 909.548 ล้านบาท /โครงการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว อำเภอสหัสขันธ์, สามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ งบประมาณ 836 ล้านบาท / โครงการถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย - ลาว (แห่งที่ 2) - พระธาตุพนม จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดนครพนม งบประมาณ 615 ล้านบาท ฯลฯ
รวมไปถึงอีก 2 โครงการสำคัญ ที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70:30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก ร้อยละ 70 และเงินงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 30 เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง งบประมาณ 4,604 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ งบประมาณ 1,781 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทั้งสองโครงการได้ลงนามเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการแจ้งผู้รับจ้างเริ่มงาน
สำหรับ โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) โดย ระยะที่ 1 (สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทช. ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จแล้ว สำหรับระยะที่ 2 (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา) กรมทางหลวงชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 สำหรับการจ้างที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยว
ในส่วนของ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร นั้น ได้ทำการสำรวจออกแบบ/จัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง และ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร ได้ทำการสำรวจออกแบบ และผ่านการพิจารณาเล่มรายงาน EIA แล้ว โดยขณะนี้ ทช. ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว จำนวน 2 โครงการ รวมระยะทางราว 81 กิโลเมต
สำหรับ ระยะที่ 4 (สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 155.680 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 และระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน (ระนอง-พังงา-ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-สตูล) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 600.268 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
นายพิชิต กล่าวว่า ในปีงบประมาณปี 2570 ทช. ได้รับงบประมาณรวม 45,840.3570 ล้านบาท โดยมีงานก่อสร้าง ได้แก่ งานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง, ถนนเพื่อสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ และถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว จำนวน 231 โครงการ ระยะทางรวม 587.442 กิโลเมตร
งานถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง และเพื่อการพัฒนาถนนผังเมือง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างถนนและสะพาน จำนวน 12 โครงการ รวมถึง การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 20 โครงการ ความยาวรวม 1,927 เมตร อีกทั้งยังมีงานบำรุงรักษาทาง จำนวน 913 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,050 แห่ง
โดย ทช. จะขับเคลื่อนภารกิจทั้งหมดนี้ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ผลงานเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศ และให้ผู้ใช้ทางได้เดินทางอย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนสืบไป


