กรมการขนส่งทางบก เผย สถิติผู้เข้ารับบริการซ่อมรถจักรยานยนต์ ณ ศูนย์ "คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม" (7–9 ต.ค. 69) ทะลุ 720 คัน ซ่อมเสร็จครบ 100% จับมือพันธมิตรร่วมดูแลลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ตามที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายและสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกเร่งดำเนินการมาตรการช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ยานพาหนะและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างเร่งด่วน โดยกรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรภาคีเครือข่าย ได้แก่ Honda, Suzuki, Yamaha, Autobacs และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดตั้งศูนย์ “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ระดมเจ้าหน้าที่และช่างผู้เชี่ยวชาญให้บริการตรวจเช็กสภาพและซ่อมรถจักรยานยนต์ รวมถึงซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษารถหลังน้ำท่วมให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย ระหว่างวันที่ 7–9 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณหน้าอาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก
ภาพรวมผลการดำเนินงานของศูนย์ “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” มีรถเข้ารับบริการตลอดระยะเวลาการเปิดศูนย์ฯ (วันที่ 7–9 ต.ค. 69) รวมทั้งสิ้น 720 คัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
• วันที่ 7 ต.ค. 69 มีรถเข้ารับบริการ จำนวน 267 คัน
• วันที่ 8 ต.ค. 69 มีรถเข้ารับบริการ จำนวน 206 คัน
• วันที่ 9 ต.ค. 69 มีรถเข้ารับบริการ จำนวน 247 คัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และช่างผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินการตรวจเช็กสภาพและซ่อมรถจักรยานยนต์แล้วเสร็จครบ 100% โดยไม่มีรถคงค้าง
สำหรับศูนย์ “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่ตั้งขึ้นสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมกันดูแลประชาชนในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งได้ผลตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกขอขอบคุณพันธมิตรภาคีเครือข่าย ได้แก่ Honda , Suzuki , Yamaha , Autobacs และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ร่วมบูรณาการความร่วมมือ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนสนับสนุนเครื่องมือและอะไหล่ ในภารกิจช่วยเหลือประชาชนครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง โดยกรมฯพร้อมด้วยภาคีเครือข่ายต่าง ๆ พร้อมที่จะเคียงข้างและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ต่อไป


