xs
xsm
sm
md
lg

AOT เซ็นร่วมทุน AOTGA “บริการภาคพื้น-คาร์โก้”รายที่ 3 “สุวรรณภูมิ”สัญญา 25 ปี เริ่มดำเนินการปี 70

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

AOT จับมือ AOTGA เซ็นสัญญาร่วมทุนโปรเจกต์ ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น /คลังสินค้า รายที่ 3 “สุวรรณภูมิ” ภายใต้พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ เพิ่มศักยภาพการให้บริการ ดันไทยฮับการบิน”บริการผู้โดยสาร-ขนส่งสินค้า”
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ได้ร่วมลงนามในสัญญาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Ground Support Equipment: GSE) และโครงการให้บริการคลังสินค้า (Cargo) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยมี นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT และนายสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่ AOTGA เป็นผู้ลงนามในสัญญาการร่วมลงทุน พร้อมด้วย นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด AOT และพลเอก ศุภวัฒน์ เชิดธรรม ประธานกรรมการบริษัท AOTGA ตลอดจนผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามในสัญญาการร่วมลงทุนของทั้งสองโครงการนี้ AOT ได้ดำเนินการตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (พ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ พ.ศ.2562) โดยบริษัท AOTGA เป็นผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน และได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าดำเนินการทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยความร่วมมือของ 2 หน่วยงานมุ่งเน้นที่จะเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับและเพิ่มทางเลือกให้กับบริการสายการบิน รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ทำให้การให้บริการภายในท่าอากาศยานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการหยุดชะงัก ตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินและสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการให้บริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ รองรับการขยายตัวของธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ของประเทศในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากนี้ AOTGA จะมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อเข้าดำเนินโครงการ GSE ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในปี 2570 สำหรับโครงการ Cargo จะมีการก่อสร้างคลังสินค้า และเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 23 เดือน และมีระยะเวลาดำเนินการตลอดโครงการรวม 25 ปี 

อนึ่ง ในสัญญาการร่วมลงทุนดังกล่าว AOT ได้มีการกำหนดประสิทธิภาพการให้บริการเป็นตัวชี้วัดผลงาน (KPI) พร้อมกำหนดเงื่อนไขบทลงโทษและค่าปรับหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ระบุในสัญญา