xs
xsm
sm
md
lg

เมทัลชีท ทางเลือกหลังคาบ้านยุคใหม่ แข็งแรง ทนทาน คุ้มค่าทุกการลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมทัลชีท หนึ่งในวัสดุมุงหลังคาที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีอายุการใช้งานยาวนาน ทำให้ทั้งบ้านพักอาศัย โรงงาน โกดังสินค้า ไปจนถึงอาคารพาณิชย์ต่างเลือกใช้วัสดุชนิดนี้กันอย่างแพร่หลาย บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักเมทัลชีท ตั้งแต่ประเภท รูปแบบลอน ความหนา ไปจนถึงแนวทางการเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ

เมทัลชีทคืออะไร? 


เมทัลชีท คือแผ่นโลหะรีดลอนที่ผลิตจากเหล็กกล้าเคลือบผิวป้องกันสนิม นิยมนำมาใช้เป็นแผ่นหลังคาเมทัลชีทสำหรับมุงหลังคาบ้านและอาคารต่าง ๆ เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่ากระเบื้องหลังคาทั่วไป แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี นอกจากใช้เป็นหลังคาบ้านแล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นรั้วเมทัลชีท กันสาดเมทัลชีท หรือแม้แต่ผนังอาคารได้อีกด้วย จึงถือเป็นวัสดุอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์งานก่อสร้างได้หลากหลายรูปแบบ

เมทัลชีทมีข้อดีอะไรบ้าง?
ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างจากวัสดุมุงหลังคาชนิดอื่น ทำให้แผ่นเมทัลชีทกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของงานก่อสร้างยุคใหม่ ข้อดีที่โดดเด่นมีดังนี้
● น้ำหนักเบา ช่วยลดภาระโครงสร้างอาคารและลดต้นทุนโครงหลังคา
● ติดตั้งได้รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าแรงเมื่อเทียบกับวัสดุมุงหลังคาแบบดั้งเดิม
● ทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่ผุกร่อนง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน
● มีหลากหลายสีและลวดลายให้เลือกใช้ตามความต้องการ
● สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งหลังคา ผนัง รั้ว และกันสาด

เมทัลชีทมีกี่ประเภท?
เมทัลชีทแบ่งออกได้ตามลักษณะการเคลือบผิว ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

เมทัลชีทไม่เคลือบสี
เป็นเมทัลชีทที่ผ่านการเคลือบผิวป้องกันสนิมเพียงชั้นเดียว โดยไม่มีการเคลือบสีทับด้านบน จึงมีลักษณะเป็นสีเงินโลหะตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับงานที่เน้นประหยัดต้นทุน ไม่เน้นความสวยงามด้านสีสันมากนัก เช่น ลานจอดรถ โรงเก็บของ โกดังสินค้า หรืออาคารอุตสาหกรรม แม้จะมีราคาย่อมเยาแต่ก็ยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงทนทานไว้ได้ในระดับที่ใช้งานได้จริง

เมทัลชีทเคลือบสี
เป็นเมทัลชีทที่ผ่านกระบวนการเคลือบสีทับบนชั้นป้องกันสนิม ทำให้ได้แผ่นเมทัลชีทที่มีสีสันสวยงามให้เลือกใช้ตามสไตล์อาคารหรือบ้านพักอาศัย นอกจากความสวยงามแล้ว ชั้นสีที่เคลือบยังช่วยเพิ่มการป้องกันรังสียูวีและลดความร้อนสะสมได้ในระดับหนึ่ง จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับหลังคาเมทัลชีทของบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ที่ต้องการทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยควบคู่กันไป

เมทัลชีทเคลือบสังกะสี-อะลูมิเนียม
เป็นเมทัลชีทที่ผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยสารเคลือบที่มีส่วนผสมของสังกะสีและอะลูมิเนียม จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นเมทัลชีทที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน หนึ่งในนั้นคือเมทัลชีท BlueScope Zacs ที่ใช้สารเคลือบ AZ90 ซึ่งเป็นมวลสารเคลือบที่ประกอบด้วยโลหะอะลูมิเนียม 55% ผสมกับสังกะสี รวม 90 กรัม/ตารางเมตร ทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันให้กับแผ่นเหล็ก ช่วยลดโอกาสเกิดสนิมและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

รูปลอนเมทัลชีทมีแบบไหนบ้าง?
รูปลอนของแผ่นเมทัลชีทในปัจจุบันมีหลายรูปแบบมาก แต่ละลอนถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน โดยรูปลอนที่ได้รับความนิยมมีดังนี้

เมทัลชีทลอนมาตรฐาน
เมทัลชีทลอนมาตรฐาน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ลอน 760 เป็นรูปลอนพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป มีลักษณะหน้ากว้าง 760 มม. บนแผ่นจะมี 5 สันลอน ถือเป็นแบบเมทัลชีทยอดนิยมสำหรับงานมุงหลังคาบ้าน หาซื้อได้ง่ายตามร้านเมทัลชีททั่วไป


เมทัลชีทลอนสเปน
เมทัลชีทลอนสเปนมีลักษณะลอนโค้งมนคล้ายกระเบื้องหลังคาสไตล์สเปน ให้ความรู้สึกหรูหราคลาสสิก นิยมใช้กับบ้านพักอาศัยที่ต้องการดีไซน์หลังคาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยยังคงคุณสมบัติของเมทัลชีทที่น้ำหนักเบาและติดตั้งง่ายไว้เช่นเดิม


เมทัลชีทลอนญี่ปุ่น
เมทัลชีทลอนญี่ปุ่นจะมีลักษณะเป็นแผ่นเรียบและมีสันลอนรูปทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ ให้ภาพลักษณ์ที่เรียบหรูและทันสมัย นิยมใช้กับบ้านสไตล์มินิมอลหรืออาคารที่ต้องการความสวยงามแบบเรียบง่ายแต่โดดเด่น

เมทัลชีทลอนผนัง
เป็นเมทัลชีทลอนเล็กที่มีลักษณะสันลอนตื้นและมีจำนวนลอนถี่ ให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนสวยงามเมื่อมองจากภายนอก ออกแบบมาเฉพาะสำหรับงานติดตั้งเป็นผนังอาคาร งานรั้วเมทัลชีท และผนังกั้นพื้นที่ ราคาประหยัด ช่วยควบคุมงบประมาณการก่อสร้างได้ดี

เมทัลชีทมีความหนาเท่าไหร่บ้าง?
โดยทั่วไปแล้ว ความหนาของเมทัลชีทที่มีจำหน่ายในท้องตลาดสามารถแบ่งได้ดังนี้
● ความหนา 0.23-0.28 มม. เป็นขนาดบางที่สุด ราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับงานหลังคาหรือผนังชั่วคราวที่ไม่เน้นความแข็งแรงมากนัก
● ความหนา 0.30-0.35 มม. มีความแข็งแรงมากขึ้นจากขนาดแรก เหมาะใช้เป็นพื้นที่ชั่วคราวหรือที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก เช่น ห้องเก็บของ กันสาด โรงเลี้ยงสัตว์
● ความหนา 0.35 – 0.47 มม. เป็นความหนามาตรฐานสำหรับใช้มุงหลังคาบ้านและอาคารทั่วไป มีความแข็งแรง ทนแรงลมได้ดี และน้ำหนักไม่มากเกินไป
● ความหนาตั้งแต่ 0.47 มม. ขึ้นไป เหมาะสำหรับงานโครงสร้างที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า หรือโครงสร้างที่ต้องรับแรงลมสูง ต้องติดตั้งบนโครงหลังคาที่รองรับน้ำหนักได้มาก

วิธีเลือกเมทัลชีทให้เหมาะกับการใช้งาน
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเมทัลชีท ควรพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน เพื่อให้ได้แผ่นเมทัลชีทที่เหมาะสมกับลักษณะงานและงบประมาณมากที่สุด โดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้
● พิจารณาลักษณะการใช้งานว่าจะใช้เป็นหลังคาบ้าน รั้ว กันสาด หรือผนังอาคาร จากนั้นเลือกความหนาให้เหมาะสมกับโครงสร้างและสภาพอากาศในพื้นที่
● พิจารณาประเภทการเคลือบผิวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น พื้นที่ชายทะเลควรเลือกเมทัลชีทเคลือบสังกะสี-อะลูมิเนียม
● เลือกรูปลอนให้เข้ากับสไตล์อาคารและการระบายน้ำที่เหมาะสม
● ตรวจสอบราคาเมทัลชีทจากหลายแหล่งเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า
● เลือกใช้สกรูยิงเมทัลชีทและอุปกรณ์เสริม เช่น ครอบข้างเมทัลชีท ที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันปัญหารั่วซึมในระยะยาว
● หากต้องการประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและลดเสียงรบกวน อาจพิจารณาหลังคาเมทัลชีท PU โฟมหรือเมทัลชีท PU ที่มีชั้นฉนวนในตัว


เมทัลชีท วัสดุมุงหลังคาบ้านและอาคารที่สวยงามและให้ความคุ้มค่าในระยะยาว
เมทัลชีทเป็นวัสดุมุงหลังคาที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และความคุ้มค่าด้านราคา การทำความเข้าใจประเภท รูปลอน และความหนาของเมทัลชีทก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ จะช่วยให้ได้วัสดุที่เหมาะสมกับลักษณะงานมากที่สุด ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุในระยะยาว

หากกำลังมองหาหลังคาเมทัลชีทคุณภาพสูง เมทัลชีท BlueScope Zacs เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบผิวด้วยสังกะสี-อะลูมิเนียม ที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อน ป้องกันสนิม พร้อมประสิทธิภาพในการสะท้อนความร้อน และตัวเลือกสีสันที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความทนทาน ประสิทธิภาพการใช้งาน และความสวยงามในระยะยาว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Website : ศูนย์เมทัลชีทบลูสโคป
Line : @bluescopeth
FB : BlueScope Thailand
Call center : 02-333-3030