“พิพัฒน์” ย้ำกระเป๋าตกค้าง-เที่ยวบินดีเลย์ต้องไม่เกิดซ้ำ สั่ง ทอท.-การบินไทย เตรียมรับประชุม IMF และกลุ่มธนาคารโลกต่อเนื่อง ด้านทอท.เตรียมลงนาม AOTGA 8 ต.ค.นี้ ให้บริการ”คลังสินค้า-บริการภาคพื้น”รายที่ 3 เริ่มงานต้นปี 70 สัญญาเข้มประเมิน KPI เพิ่มค่าปรับ สูงสุดขั้นเลิกสัญญา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ เที่ยวบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งขาเข้า และขาออก ให้บริการได้ตามปกติ 100% มาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 2569 ไม่มีการลดเที่ยวบินแล้ว ส่วนคลังสินค้า เหลือตกค้าง 3-4 % เท่านั้น กระเป๋าสัมภาระเหลือตกค้าง ประมาณ 400 ใบที่อยู่ระหว่างติดต่อเจ้าของ ซึ่งที่ผ่านมา ทาง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.ได้ให้ความร่วมมือในการเข้าไปช่วยเหลือการบินไทยฯอย่างเต็มที่
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับพนักงานเอ้าท์ซอสนั้น นอกจาก บริษัท การบินไทยฯ แล้วก็มีบริษัทอื่นด้วย ดังนั้น ได้กำชับให้เตรียมพร้อมด้านบุคลากรไว้รองรับกรณีเกิดน้ำท่วม หรือสถานการณ์ต่างๆ ส่วนกรณีสัญญาบริการภาคพื้นของ การบินไทยฯ ไม่มีค่าปรับ เนื่องจากเป็นสัญญาเดิมที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ สัญญาผู้ประกอบการรายที่ 3 ทั้งโครงการคลังสินค้าฯ และบริการภาคพื้น ทอท.ได้เพิ่มเติมเรื่องค่าปรับไว้แล้ว รวมถึงผู้ประกอบการรายที่ 2 ซึ่งหมดสัญญาและทอท.กำลังเปิดประมูลใหม่ จะมีเงื่อนไขเรื่องค่าปรับเช่นกัน
@ 8 ต.ค.นี้ ลงนาม AOTGA ผู้ประกอบการคลังสินค้า-บริการภาคพื้นรายที่ 3 เริ่มให้บริการ ต้นปี 70
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทอท.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.(AOT) กล่าวว่า ในวันที่ 8 ต.ค. 2569 ทอท.จะลงนามสัญญา กับ บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ให้บริการคลังสินค้ารายที่ 3 และผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท หลังลงนามสัญญาทาง AOTGA จะเตรียมอปุกรณ์และบุคลากร คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในต้นปี 2570 ส่วนคลังสินค้า จะเร่งดำเนินการก่อสร้างคลังสินค้า ซึ่งใช้เวลาประมาณ 18 เดือน
การมีผู้ให้บริการรายที่ 3 เป็นไปตามมติครม.ที่กำหนดให้มีเมื่อผู้โดยสารเกินกว่า 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งปัจจุบันสุวรรรภูมิมีผู้โดยสารเกิน 60 ล้านคนต่อปีแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้ให้บริการเพิ่ม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ
และในสัญญา ของ AOTGA ผู้ให้บริการรายที่ 3 นั้นนอกจากมีการกำหนดประสิทธิภาพการให้บริการ เป็นการประเมินผล (KPI) แล้วยังมีการกำหนดค่าปรับไว้ด้วยกรณีที่ไม่สามารถทำได้ตาม ที่ KPI กำหนดซึ่งมีหลานข้อ เช่น ความเร็วของการขนส่งกระเป๋าสัมภาระเกินกว่ากำหนด การให้บริการต่าง ซึ่งหากประเมินต่ำกว่า KPI จะถูกปรับเป็นเงิน ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา ซึ่งเงื่อนไขนี้จะเพิ่มในการผู้ให้บริการรายที่ 2 ที่จะประมูลใหม่ ก็ได้เพิ่มเงื่อนไขค่าปรับไปด้วย ดังนั้น ก็จะเหลือสัญญาของการบินไทยรายเดียวที่มีเพียง KPI แต่ไม่มีค่าปรับ
ส่วนคำถามว่า ระยะสัญญา 25 ปี ค่อนข้างนานไป สามารถปรับให้ระยะเวลาสั้นลงได้หรือไม่ นางสาวปวีณาการกล่าวว่า โครงการเหล่านี้ใช้เงินลงทุนสูง และการควบคุมเรื่องค่าบริการที่เหมาะสมทำให้ใช้เวลากว่าจะคุ้มทุน จึงคำนวนเวลาที่เหมาะสมไปที่ 25 ปี เป็นเหตุเป็นผลและทอท.ดำเนินการตามหลักพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุน พ.ศ. 2562
“การมีผู้ให้บริการรายที่ 3 จะแบ่งเบาและเพิ่มทางเลือกให้สายการบิน จากเดิมที่มีผู้ให้บริการเพียง 2 ราย สายการบินไทยไม่มีทางเลือกและขีดความสามารถไม่เพียงพอ ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เที่ยวบินดีเลย์”
@สั่งเตรียมพร้อม ประชุม IMF และกลุ่มธนาคารโลกต้องไม่เกิดปัญหาซ้ำรอย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) หรือ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักวิชาการ และผู้นำทางความคิดจาก 191 ประเทศทั่วโลก กว่า 15,000 คน เดินทางมายังประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมในด้านของการบริการสนามบินและระบบคมนาคมเชื่อมสู่สนามบินอย่างไร เนื่องจาก มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกด้วย
นายพิพัฒน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม เตรียมความพร้อม ตั้งแต่สนามบิน โดยเฉพาะการขนส่งกระเป๋าสัมภาระไม่ให้เกิดการตกค้างซ้ำรอย ปัญหาเดิมต้องไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งทอท.และ บริษัท การบินไทยฯ มีการประสานงานแผนงานไว้แล้ว และวอรูมก็ยังคงอยู่ ยังไม่ได้ยกเลิก ยังทำงานร่วมกันตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีข้อติดขัด ส่วนการคมนาคมภายในกรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ (Work from Home) ในวันที่ 12, 14 และ 15 ตุลาคม 2569 ส่วนวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 ประกาศเป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษเฉพาะหน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและรองรับการจัดการประชุมฯ เพื่อลดปัญหาการจราจร
ส่วนกรณีหลายพื้นที่ในกทม. ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะทำการสำรวจว่ายังมีรถยนต์จอดอยู่บนถนนหรือสะพานอีกหรือไม่ หากมีจะประสานเจ้าของรถมาเคลื่อนย้ายหรือให้เจ้าหน้าที่นำรถออกยังจุดที่น้ำไม่ท่วมก่อน เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
กระทรวงคมนาคมได้เตรียมความพร้อมและป้องกันและการอำนายความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุม IMF และ World Bank Group และทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ทั้งอุปกรณ์และรถยนต์ยกสูงต่างๆ รวมไปถึงการขอความร่วมมือจากกองทัพด้วย


