xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วม “ผักแพง” จับตาเทศกาลเจ 2569 เช็กตลาดไทรับแรงกดดัน กระทบถึงปลายปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน - จับตาเทศกาลกินเจ 2569 ระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคมนี้ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งเริ่มส่งผลต่อการเพาะปลูกและการขนส่งสินค้าเกษตรบางส่วน โดยเฉพาะผักสด ขณะที่ตลาดไท หนึ่งในตลาดกลางผักและผลไม้สำคัญของประเทศ ปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมมากนัก การสัญจรยังเป็นไปตามปกติ แต่หากฝนและน้ำท่วมยังเกิดซ้ำ อาจกระทบผลผลิตรุ่นถัดไป และทำให้ต้นทุนและราคาผักถูกกดดันต่อเนื่องถึงปลายปี

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่สร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานผักสด ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกที่อาจได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติ ไปจนถึงเส้นทางขนส่งที่ได้รับผลกระทบ ทำให้การนำสินค้าเข้าสู่ตลาดและการกระจายไปยังร้านค้าปลายทางมีความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะหากเกิดฝนตกหนักหรือน้ำท่วมซ้ำในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญ

ตลาดไทถือเป็นหนึ่งในตลาดกลางสินค้าเกษตรที่มีบทบาทสำคัญต่อการกระจายผักและผลไม้ โดยกรมการค้าภายในระบุว่าตลาดมีผู้ประกอบการมากกว่า 3,500 ราย และมีสินค้าเกษตรหมุนเวียนกว่า 12,000 ตันต่อวัน ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังตลาดสด ร้านอาหาร และผู้ค้ารายย่อยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ


สำหรับสถานการณ์ที่ตลาดไท ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออกตลาดยังเป็นไปตามปกติ แม้บางจุดจะมีน้ำรอการระบาย โดยตลาดยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเด็นที่ต้องจับตาคือปริมาณผักจากแหล่งเพาะปลูกและเส้นทางขนส่ง หากพื้นที่ผลิตได้รับความเสียหายหรือการขนส่งสะดุด อาจทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดลดลง และเพิ่มต้นทุนของผู้ค้ารายย่อย

ขณะที่ข้อมูลราคาผักตลาดไทจาก CheckRaka ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 พบผักหลายรายการอยู่ในระดับราคาสูง เช่น ผักชี 115 บาทต่อกิโลกรัม ต้นหอม 125 บาท กะเพรา 75 บาท ผักบุ้ง 70 บาท และถั่วฝักยาว 65 บาท สะท้อนภาพราคาสินค้าในตลาดกลางก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งความต้องการบริโภคผักและวัตถุดิบสำหรับอาหารเจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ด้านกรมการค้าภายใน โดย นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุในการประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าและราคาช่วงน้ำท่วมเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ว่า กรมฯ ติดตามทั้งปริมาณสินค้า การขนส่ง การกระจายสินค้า และราคา พร้อมประสานตลาดกลาง รวมถึงตลาดไท เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดให้เพียงพอ และป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยพบว่าผักกลุ่มใบ เช่น ผักชี ขึ้นฉ่าย และตั้งโอ๋ เป็นกลุ่มที่ต้องติดตาม ขณะที่กะหล่ำปลี มะเขือเทศ และแตงกวา มีราคาลดลง

กรมการค้าภายในยังประเมินว่า สำหรับเทศกาลกินเจ 10-18 ตุลาคม 2569 หากไม่มีฝนตกหนักที่กระทบพื้นที่เพาะปลูกและเส้นทางขนส่งเพิ่มเติม ปริมาณสินค้าโดยเฉพาะผักยังสามารถบริหารจัดการได้ พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาด เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการ


อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำท่วมยังเกิดขึ้นซ้ำและกระทบพื้นที่เพาะปลูกต่อเนื่อง บวกกับความต้องการผักเพิ่มขึ้นในช่วงกินเจ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านอาหารเจ ตลาดสด และผู้ค้ารายย่อยอาจต้องรับภาระต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงต้องปรับแหล่งจัดซื้อหรือบริหารเมนูให้เหมาะสมกับปริมาณสินค้าในตลาด

ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงเทศกาลกินเจปี 2568 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 โดยประเมินเม็ดเงินสะพัดประมาณ 45,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2567 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนว่าช่วงเทศกาลกินเจยังเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจและมีความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงราคาผัก ณ ตลาดกลางในช่วงก่อนเทศกาล แต่คือความต่อเนื่องของผลผลิตและระบบขนส่ง หากน้ำท่วมสามารถควบคุมได้ ตลาดไทและตลาดกลางยังมีสินค้าเพียงพอ ความเสี่ยงด้านราคาก็อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่หากเกิดน้ำท่วมซ้ำจนกระทบการเพาะปลูกรุ่นใหม่และเส้นทางขนส่ง ก็มีโอกาสส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ประกอบการและผู้บริโภคต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี.