“พิพัฒน์”ถกแก้ปัญหากระเป๋าตกค้าง-เที่ยวบินดีเลย์ พบมีถึง 1 หมื่นใบ แต่เคลียร์ได้วันละ 2,000 ใบล่าสุดเหลือ 8,000 ใบคาดใช้เวลาอีก 3-4 วัน ทหาร-ทอท.ส่งกำลังพลช่วยเต็มที่ ส่วนคาร์โก้ต้องไม่หยุดบริการ ย้ำทุกคนต้องช่วยกันเพื่อประเทศไทย ด้านการบินไทยเผยคนกลับมาทำงาน 80% แล้ว ขอลดเที่ยวบิน 1 สัปดาห์เพื่อเคลียร์ทุกอย่าง
วันที่ 30 ก.ย. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) และสำนักงานนโยบายการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือกพท. เพื่อสรุปสถานการณ์และการแก้ปัญหาสัมภาระ ผู้โดยสารตกค้างและเที่ยวบินล่าช้า ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2569
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากปัญหาน้ำท่วมทำให้พนักงานบริการภาคพื้นของ การบินไทยฯ ไม่สามารถออกมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ ทำให้การบินไทยฯ ขาดแคลนกำลังพลในการปฏิบัติงาน และอุปกรณ์ภาคพื้นไม่เพียงพอให้บริการ ส่งผลให้มีสัมภาระตกค้างเป็นจำนวนมากตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2569 ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนและ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาติดตามสถานการณ์และช่วยแก้ปัญหา
จากการหารือร่วมกับ การบินไทยฯ ทอท.และ CAAT สถานการณ์ช่วงวันที่ 26-28 ก.ย. 2569 มีกระเป๋าสัมภาระตกค้างรวมประมาณ 10,000 ใบ ปัจจุบันเคลียร์ไปได้ 1,800 ใบ ยังค้าง 8,000 ใบ โดยสามารถคัดแยกได้วันละประมาณ 2,000 ใบ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 3-4 วันในการเคลียร์ทั้งหมด
โดยได้ประสานกองทัพอากาศ ขอสนับสนุนกำลังพลเพิ่ม 100 นาย ช่วยขนย้ายและลำเลียงสัมภาระ ส่วนการคัดแยก ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่การบินไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การบินไทย ฯ พยายามเคลียร์ให้ได้มากที่สุด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตั้งเป้าเคลียร์กระเป๋าตกค้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม แต่อาจเลยไปถึงวันที่ 2 ตุลาคมบ้าง พร้อมกำชับให้การบินไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าทุก 8 ชั่วโมง และจะประชุมติดตามอีกครั้งวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 16.00 น.
ส่วนคาร์โก้ที่ตกค้างนั้น ได้หารือกับการบินไทยฯ ไม่ให้หยุดการขนส่ง ทั้งขาเข้าและขาออก แต่อาจชะลอการ โดยเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์เพื่อเร่งระบายสินค้าขณะที่กองทัพอากาศเตรียมสนับสนุนอุปกรณ์และชุดขนส่งสินค้าเพิ่มเติม 12 ชุด โดยให้ทอท.เคลียร์พื้นที่บางส่วน เพื่อเป็นจุดกองสินค้าที่ตกค้างบนรถขนส่ง
“ตอนนี้การบินไทย ตั้งวอรูมและขอให้ทางการบินไทยฯ ทอท.รายงานคืบหน้าทุก 8 ชม. และในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.69) จะมาประชุมติดตามอีก หลักๆ คือจะให้การบินไทย ทอท. ทำงานกันอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด”
นายพิพัฒน์กล่าวว่า กรณีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องที่ได้รับผลกระทบตกค้างเพราะเที่ยวบินดีเลย์และกังเวลเรื่องกระเป๋า จะพิจารณามาตรการเยียวยา ส่วนคนไทยในประเทศ การบินไทย จะเร่งการจัดส่งกระเป๋า ซึ่งผู้โดยสารสามารถเลือกรับด้วยตัวเอง หรือให้สายการบินจัดส่งไปยังปลายทาง ทั้งนี้หากระเป๋าสูญหายหรือเสียหาย การบินไทยจะรับผิดชอบตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
“ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการบินไทยฯ เพราะการบินไทยฯ มีความรับผิดชอบมาก มีเที่ยวบินมากที่สุด เป็นสายการบินแห่งชาตติของไทย การที่สายการบินอื่นๆไม่เกิดปัญหา หรือมีไม่มากเท่าก็เพราะเที่ยวบินไม่มาก จึงสามารถเคลียร์ได้ง่ายกว่า เมื่อการบินไทยรับผิดชอบมาก พอปัญหาเข้ามามากเกินก็ปรับไม่ทัน ซึ่งไม่ใช่การบินไทยไม่มีความสามาถรแต่เมื่อรับดูแลเยอะและปัญหาเข้ามาในเวลารวดเร็ว จะเห็นว่าเที่ยวบินดีเลย์ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ที่น้ำท่วมและเจ้าหน้าที่ออกจากบ้านไม่ได้ ซึ่งคงไม่มีใครเจตนาไม่มาทำงาน “
นายพิพัฒน์กล่าวยอมรับว่า เรื่องนี้ กระทบภาพลักษณ์กับภาพลักษณ์ประเทศและการบินไทยฯ อย่างมาก เพราะวันนี้พอเกิดอะไรทุกคนก็ลงโซเชียลไปทั่วโลก ปิดบังไม่ได้ แต่เมื่อเกิดความผิดพลาด เราต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่ต้องโบ้ยให้ใครต้องรับอยู่คนเดียว เพราะที่นี่คือประเทศไทย
ด้านนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานหน้างานกลับมาประมาณ 90% แล้ว ส่วนที่เป็นการปฎิบัติงาน (Operation) กลับมา 80 % แต่เนื่องจาก กระเป๋าและสินค้าที่ตกค้างสะสม ถึงแม้คนจะกลับมา 100 % ก็ยังต้องใช้เวลาเคลียร์ ซึ่งการบินไทย จะพยายามให้กำลังการผลิตกลับมาให้เท่าเดิมเร็วที่สุด
ส่วนเที่ยวบินที่มีให้บริการปกติ 115 เที่ยวบินต่อวัน มีการลดเที่ยวบินลงเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนพนักงาน โดยวันที่ 1 ต.ค. 2569 จะลดเหลือประมาณ 100 เที่ยวบิน จะเพิ่มกลับไปเป็น 105 เที่ยวบินในวันที่ 2 ตุลาคม และตั้งเป้ากลับสู่ระดับปกติ 115 เที่ยวบินต่อวัน ภายใน 7 วัน
ขณะเดียวกัน ได้รับความร่วมมือจากกาตาร์ แอร์เวย์ส ส่งทีมงานช่วยจัดพื้นที่และบริหารจัดการสัมภาระ และการบินไทยฯ ขอบคุณทอท. ที่จัดเจ้าหน้าที่ จัดพื้นที่ในการจัดการกระเป๋า และขออภัยผู้โดยสารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการให้บริการ


