xs
xsm
sm
md
lg

บีโอไอผนึกทีมไทยแลนด์บุกเกาหลีใต้ ดึงลงทุนเทคโนโลยีอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บีโอไอนำทีมไทยแลนด์ ร่วมโรดโชว์ดึงการลงทุนจากเกาหลีใต้ พร้อมหารือ 3 บริษัทชั้นนำ “Hyundai – T-Robotics – COSMAX” หนุนลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโรงงานอัจฉริยะ สุขภาพและความงาม

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอ พร้อมคณะหน่วยงานภาครัฐ – เอกชน ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เดินทางเยือนกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2569 เพื่อหารือแผนการลงทุนกับบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ 3 ราย ได้แก่ Hyundai, T-Robotics และ COSMAX รวมทั้งหารือกับสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (FKI) เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมทั้งขยายความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจเกาหลีใต้


โดยบีโอไอได้หารือแนวทางยกระดับการลงทุนของ Hyundai ในประเทศไทยจากฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า( EV )และแบตเตอรี่ ไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) ตลอดจนการพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ Hyundai Motor

ทั้งนี้ Hyundai ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ ในการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการผลิตจริงแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา


นอกจากนี้ บีโอไอ ได้เชิญชวนให้ T-Robotics เข้ามาลงทุนขยายธุรกิจในไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และการผลิตอัจฉริยะ รวมถึงชี้โอกาสในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานรองรับตลาดอาเซียนในอนาคต พร้อมกันนี้ บริษัทได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ไทย-เกาหลีใต้ ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัทและมหาวิทยาลัยของไทย การสร้างห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนหุ่นยนต์ และการเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในไทย ในด้านการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง (Skill Bridge) ของไทยด้วย ซึ่งบริษัทแสดงความสนใจในเรื่องนี้

บริษัท T-Robotics เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของ Applied Materials ผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก และเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ลำเลียงในระบบสุญญากาศ (Vacuum Transfer Robot) เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Vacuum Robot สำหรับกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในห้องคลีนรูม หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) สำหรับขนส่งวัสดุและสินค้าในโรงงานและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ และ TR-WORKS หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่สำหรับภาคอุตสาหกรรม


ส่วนบริษัท COSMAX เป็นผู้นำระดับโลกด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก มีโรงงานผลิต 27 แห่ง ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม 9 แห่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 8,000 รายการต่อปี COSMAX ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 ในกิจการวิจัยและพัฒนา และศูนย์ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่จังหวัดสมุทรปราการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงทุนเพิ่มเติมกว่า 1,800 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตโดยสร้างโรงงานแห่งใหม่ ปัจจุบันได้จ้างงานบุคลากรไทยแล้วกว่า 500 คน และเตรียมเพิ่มเป็นกว่า 700 คนในปีหน้า พร้อมนำเทคโนโลยีระบบการผลิตอัจฉริยะมาใช้ และยกระดับการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ COSMAX ยังวางบทบาทเป็น “ประตูเชื่อม” นำเทคโนโลยีการวิจัยและการผลิตของเกาหลีใต้ (K-Beauty) สู่ผู้ประกอบการไทย และผลักดันอุตสาหกรรมความงามของไทย (T-Beauty) สู่ตลาดโลกในฐานะซอฟท์พาวเวอร์ของประเทศ โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับแบรนด์ไทยหลายราย ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น ผลิตภัณฑ์ของศรีจันทร์ ลูกค้าไทยรายแรกของบริษัท ซึ่งมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร COSMAX มีความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการพัฒนาส่วนผสมและสารสกัดจากวัตถุดิบไทย เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และสร้างอัตลักษณ์ของเครื่องสำอางไทย

ในการหารือครั้งนี้ บีโอไอได้กระตุ้นให้บริษัทพิจารณาขยายการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของห้องปฏิบัติการวิจัยและการฝึกอบรม เพื่อยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางด้าน R&D และนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัท


นอกจากนี้ คณะยังได้หารือกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (The Federation of Korean Industries: FKI) โดยบีโอไอได้นำเสนอนโยบายส่งเสริมการลงทุน และมาตรการสนับสนุนของไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนในต่างประเทศของภาคธุรกิจเกาหลี และหารือแนวทางเชื่อมโยงบริษัทสมาชิก FKI กับโอกาสการลงทุนในไทย

FKI ระบุว่าบริษัทเกาหลีกำลังมุ่งขยายการลงทุนใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ (Physical AI) และ AI Data Center ขณะที่การลงทุนของเกาหลีใต้ในอาเซียนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนับจากปี 2553 เป็นราว 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ขณะที่ไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการเงินดีกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน โดยไทยมีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ และฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน AI

ในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564 – ครึ่งแรกของปี 2569) เกาหลีใต้มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 167 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 65,900 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ผลิตภัณฑ์โลหะและวัสดุ และเคมีภัณฑ์ โดยมีนักลงทุนรายสำคัญที่ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น Samsung Electronics, LG Electronics, Hyundai Motor ,Posco, Hanwha และ Doosan