GULF ปิดดีลซื้อหุ้น50%ของ7บริษัทย่อย GUNKUL ซึ่งดำเนินโครงการโซลาร์และวินด์ฟาร์ม 12 โครงการ รวม 673.4 เมกะวัตต์ ทยอย COD ปี 70-73 ด้าน “GUNKUL” กำเงินจากการขายหุ้นบริษัทย่อย 466.5 ล้านบาท เพื่อชิงตลาดREเพิ่มเติมตามแผน PDP 2026
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เข้าลงทุนในบริษัท กันกุล วัน เอ็นเนอร์ยี 9 จำกัด (GOE9) ,บริษัท จี วินด์ พาวเวอร์ โฮลดิ้ง 3 จำกัด (GWPH3) บริษัท จี วินด์ พาวเวอร์ โฮลดิ้ง 5 จำกัด (GWPH5) ,บริษัท กันกุล วิน ดีเวลลอปเมนท์ 1 จำกัด (GWD1) ,บริษัท กันกุล วินด์ ดีเวลลอปเมนท์ 3 จำกัด (GWD3) ,บริษัท กันกุล วิน ดีเวลลอปเมนท์ 6 จำกัด (GWD6) และบริษัท กันกุล วินด์ ดีเวลลอปเมนท์ 8 จำกัด (GWD8) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดย GRE เข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 50% ของทุนจดทะเบียนใน 7 บริษัทดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 466.5 ล้านบาท โดยGUNKUL ยังคงถือหุ้นในสัดส่วนที่เหลืออีก 50%
ทั้งนี้บริษัททั้ง 7 เป็นบริษัทผู้ถือหุ้นและผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในประเทศไทย จำนวน 12 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมทั้งสิ้น 673.4 เมกะวัตต์ ซึ่งภายหลังการเข้าซื้อหุ้นแล้ว GRE จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบริษัทฯ (Equity MW) รวม 336.7 เมกะวัตต์ โดยโครงการทั้งหมดได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระยะเวลา 25 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD) ระหว่างปี 2570 –2573
สำหรับ 7 บริษัทดังกล่าวของ GUNKUL ได้แก่ 1. GOE9 เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 6 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมทั้งสิ้น 209.4 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farm) 5 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 176.4 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 33 เมกะวัตต์ โดยทั้ง 6 โครงการ กำหนด COD ระหว่างปี 2570-73
2. GWPH3 ถือหุ้นในบริษัท กันกุล วินด์ พาวเวอร์ 3 จำกัด (GWP3) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ กำหนด COD ในปี 2573 , 3. GWPH5 ถือหุ้นในบริษัท กันกุล วินด์ พาวเวอร์ 5 จำกัด (GWP5)ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ กำหนด COD ในปี 2572
4. GWD1 เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 41.6 เมกะวัตต์ กำหนด COD ในปี 2572 ,5. GWD 3 เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 62.4 เมกะวัตต์โดยมีกำหนด COD ในปี 2573
6. GWD6 เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนด COD ในปี 2573 และ 7. GWD8 เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 90 เมกะวัตต์ กำหนด COD ในปี 2573
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับค่าไฟในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งมีกำหนดทยอย COD ระหว่างปี 2567 –2573 โดยโครงการ Solar farms มีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.1579 -2.1679 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ขณะที่โครงการ Solar BESS มีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.8331 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม มีอัตราจำหน่ายไฟฟ้าที่ 3.1014 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามการเข้าลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างGULFและ GUNKUL ในการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของบริษัทร่วมทุนในการพัฒนา บริหาร และขยายการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการพัฒนาโครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายของบริษัท ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ไม่ต่ำกว่า 40% ภายในปี 2578
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL กล่าวว่า บริษัทย่อยของบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการคัดเลือกภายใต้การจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 –2573 ส าหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 (เพิ่มเติม) พ.ศ.2567 (โครงการ RE เฟส 2) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (สัญญา PPA) เพิ่มเติม 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 โครงการ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 261.8 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนด COD ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ดังนั้น เมื่อรวมกับโครงการที่บริษัทได้ลงนามในสัญญา PPA ภายใต้โครงการ RE Biglot Phase 2.1 ไปก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 3 โครงการ ขนาด 57.2 เมกะวัตต์ บริษัทจึงได้ดำเนินการเซ็นสัญญา PPA ภายใต้โครงการ RE Biglot เฟส 2.1 ครบถ้วนแล้วทุกโครงการ รวมกำลังการผลิตตามสัญญา 319 เมกะวัตต์
ทั้งนี้บริษัทยังได้มีการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าของบริษัท เป็นรูปแบบ Joint Venture กับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รวม 12 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 336.7 เมกะวัตต์ รวมมูลค่าสิ่งตอบแทน 467 ล้านบาท สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการเงิน (Deconsolidation Structure) ของบริษัท ในการเติบโตแบบ Joint Venture กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนร่วมกัน (Synergy Value)
ในการแข่งขันและลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2569 (PDP2026) ที่กำลังประกาศภายในปีนี้ ซึ่งตามแผนได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดให้สูงขึ้นถึง 65%-89% ของกำลังผลิตทั้งหมด โดยบริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นรองรับโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคตอันใกล้จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมพลังงาน (Investment Upcycle) ไม่ว่าจะเป็นแผน PDP2026 หรือจากการเติบโตของพลังงานสะอาดในต่างประเทศ และจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ (New S Curve) อาทิ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่อไป
ปัจจุบันบริษัท มีพอร์ตพลังงานหมุนเวียน (Equity Capacity) รวมที่ 2,101.2 เมกะวัตต์ พร้อมเสริมแกร่งโครงสร้างการเงิน เติมขีดความสามารถลงทุนเพิ่ม


