xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วมซัด “มาม่า” เกลี้ยงเชลฟ์ โรงงานลั่น! ของพร้อม ยังส่งปกติ แต่รถเล็กเข้าถึงหน้าร้านไม่ทัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน - ภาพสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้ผู้บริโภคเร่งซื้อสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอาหารแห้ง อาหารพร้อมรับประทาน และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน เนื่องจากไม่สะดวกเดินทางไปยังห้างขนาดใหญ่ ส่งผลให้สินค้าหลายรายการถูกซื้อจนหมดเชลฟ์และเติมไม่ทัน โดยเฉพาะ “บะหมี่กึ่งฯ” ที่แม้จะมีการเติมเข้ามา แต่ยังถูกซื้อออกอย่างรวดเร็วจนไม่เพียงพอ ล่าสุด “มาม่า” ออกมายืนยันว่าฝั่งโรงงานยังผลิตสินค้าตามปกติ และมีสต๊อกเพียงพอ รวมถึงระบบการขนส่งยังปกติ เพียงติดที่ Last Mile ซึ่งเป็นปัญหาของร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ที่ต้องใช้รถขนาดเล็กเข้าไปส่งสินค้า แต่ติดข้อจำกัดจากสถานการณ์น้ำท่วม

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “มาม่า” เปิดเผยว่า สายการผลิตของมาม่ายังเดินหน้าตามปกติ ซึ่งตามแผนงานของบริษัทจะมีการผลิตและสำรองสินค้าไว้บางส่วน เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน โดยปัจจุบันโรงงานยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก หากความต้องการเพิ่มขึ้น ดังนั้นภาพมาม่าหายจากเชลฟ์ในบางพื้นที่ไม่ได้เกิดจากกำลังผลิตของโรงงานไม่เพียงพอ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบกระจายสินค้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่า จุดสะดุดอยู่ที่ช่วง DC ไปยังร้านสาขา ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทขอยืนยันว่า สามารถใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขนสินค้าจากโรงงานเข้า DC ของห้างและค้าปลีกรายใหญ่ รวมถึง DC ของเซเว่นอีเลฟเว่นได้ตามปกติ แต่การกระจายสินค้าต่อไปยังร้านขนาดเล็ก โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ เป็นส่วนของการบริหารจัดการด้านการขนส่งของค้าปลีกเหล่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องใช้รถขนาดเล็กเข้าไปส่งถึงหน้าร้าน แต่วันนี้มีข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วม ทำให้สินค้าไปถึงปลายทางล่าช้า จนเกิดเป็นภาพสินค้าหมดเชลฟ์และเติมสต๊อกไม่ทัน ดังนั้นปัญหาตรงนี้สรุปคือ สินค้ายังเพียงพอและมีอยู่ในระบบ แต่ไม่สามารถเติมเข้าสู่เชลฟ์ได้ทันกับความต้องการ

“หากเป็นห้างขนาดใหญ่ยังสามารถส่งสินค้าเข้า DC ได้ตามปกติ ขณะที่ร้านเล็กอาจเกิดภาวะสินค้าขาดช่วงจากการกระจายสินค้าที่ติดขัด” นายพันธ์ กล่าว

ฐานผลิตมาม่า 5 แห่ง ยังวิ่งตามปกติ

ปัจจุบันไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ไม่ได้พึ่งพาโรงงานเพียงแห่งเดียว โดยบริษัทระบุว่ามีโรงงานในประเทศไทย 5 แห่ง กระจายอยู่ในชลบุรี ลำพูน ระยอง และราชบุรี 2 แห่ง ดังนั้นโครงสร้างฐานการผลิตทำให้การผลิตมาม่าในไทยมีฐานรองรับหลายพื้นที่ ไม่ได้ผูกอยู่กับโรงงานแห่งเดียว

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ นายพันธ์ ระบุว่า โรงงานในระยองและชลบุรีไม่ได้เผชิญน้ำท่วม และพนักงานยังสามารถเข้าทำงานได้ตามปกติ ด้านการผลิตจึงยังคงเดินหน้าตามปกติ ส่วนทางด้านการขนส่งนั้น เส้นทางหลักจากฐานผลิตไปยังกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ก็ยังขนส่งได้เหมือนเดิม

ตลาดบะหมี่กึ่งฯ ปีนี้โตน้อย ส่วนน้ำท่วมกระตุ้นดีมานด์เฉพาะพื้นที่

จากปี 2568 ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยมีมูลค่าประมาณ 23,126 ล้านบาท คาดว่าปี 2569 จะเติบโตเพิ่มเป็น 25,000 ล้านบาท ในส่วนของ “มาม่า” ก่อนหน้านี้ นายพันธ์ให้ข้อมูลว่า ในปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูป 18,145 ล้านบาท ลดลง 4.2% จาก 18,940 ล้านบาทในปี 2567 ขณะที่ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 12,821 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 12,488 ล้านบาท ส่วนยอดส่งออกลดลงเหลือ 5,324 ล้านบาท จาก 6,453 ล้านบาทในปีก่อนหน้า

ขณะที่สถานการณ์ช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา ตลาดหดตัวประมาณ 2% แต่ “มาม่า” เพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อีก 1 จุด หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ประมาณ 54–55% สะท้อนว่าตัวแบรนด์ยังรักษาฐานตลาดได้ แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะไม่ได้ขยายตัวแรง

โดยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เราเห็นภาพว่า “บะหมี่กึ่งฯ” เป็นหนึ่งในสินค้าที่สร้างแรงกระตุ้นความต้องการเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ในภาพรวมไม่ได้กระตุ้นให้ตลาดเติบโตมากไปกว่าเดิม ภาพที่เกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมจึงน่าสนใจในฐานะ Demand Shock เฉพาะพื้นที่ เพราะในภาวะปกติยอดขายตลาดไม่ได้เติบโตสูง แต่เมื่อเกิดความกังวลเรื่องน้ำท่วม ผู้บริโภคกลับเร่งซื้อสินค้าจำเป็นจนสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายแบรนด์ถูกกวาดจากเชลฟ์อย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ผลิตยังยืนยันว่ามีสินค้าในระบบและกำลังการผลิตยังเดินหน้าได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ทางฝั่งค้าปลีกเองได้มีการสื่อสารถึงปัญหาการเติมสินค้า โดยเฉพาะ 7-Eleven ระบุเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2569 ว่ากำลังเร่งจัดส่งสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ขณะที่ภาพการขนส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับผลกระทบจากเส้นทางน้ำท่วมและการเดินทางของรถจาก DC ไปยังสาขา

ภาพที่เกิดขึ้นจึงชัดเจนว่า โรงงานยังเดิน เครื่องจักรยังผลิต สินค้ายังมีในระบบ แต่ขั้นตอนช่วงสุดท้ายไปถึงร้านถูกน้ำท่วม จึงเป็นสาเหตุให้ “มาม่า” กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่เห็นภาพ “หมดเชลฟ์” ชัดที่สุดในร้านค้าปลีกช่วงน้ำท่วมครั้งนี้.