นายกฯ อนุทิน เปิดโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ของ “อินฟินีออน” ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของเยอรมนี ในวันที่ 1ต.ค.นี้ ลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงาน (Power Module) การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ และศูนย์วิจัยและพัฒนา พร้อมเงื่อนไขสร้างคนไทย ร่วมวิจัย พัฒนาซัพพลายเออร์ และใช้วัตถุดิบในประเทศ เชื่อมยุทธศาสตร์ “ชิปเมดอินไทยแลนด์”
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บริษัทผลิตชิปอันดับหนึ่งของเยอรมนี “ อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย)” ดีเดย์เปิดโรงงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โยการดึงดูดการลงทุนครั้งนี้ช่วยยกระดับประเทศจากฐานอิเล็กทรอนิกส์เดิมไปสู่อุตสาหกรรมชิปและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย
“ โรงงานอินฟินีออนเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าไทยสามารถดึงดูดการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ที่มีทั้งการผลิตขั้นสูง การทดสอบ การวิจัยและพัฒนาเข้ามาอยู่ในประเทศได้ โดยสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับไม่ใช่เพียงมูลค่าเงินลงทุน แต่คือการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างบุคลากรไทย การพัฒนาซัพพลายเออร์ไทย และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยมากที่สุด”
Infineon Technologies AG มีสำนักงานใหญ่ในเยอรมนี เป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์สำหรับยานยนต์และระบบกำลังไฟฟ้า โดยโรงงานแห่งใหม่ที่สมุทรปราการจะเป็นศูนย์กลางการผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของบริษัท ต่อจากเยอรมนีและจีน เพื่อรองรับการใช้งานในรถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์
การตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของอินฟินีออนในภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มีมูลค่าการลงทุนกว่า 48,000 ล้านบาท ครอบคลุมกิจกรรมการผลิตระบบชิปควบคุมพลังงาน (Power Module) การทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่แห่งแรกในประเทศไทย โดยการส่งเสริมฯได้กำหนดเงื่อนไขให้บริษัทสร้างบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน แบ่งเป็นวิศวกรในสายการผลิตกว่า 400 คน และสายวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน พร้อมส่งบุคลากรไทยกว่า 130 คน ไปฝึกอบรมเทคโนโลยีเฉพาะทางในต่างประเทศ โดยครอบคลุมกระบวนการผลิตขั้นสูง การทดสอบ วัสดุศาสตร์ ระบบอัตโนมัติ การออกแบบเวเฟอร์และบรรจุภัณฑ์ของชิป ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิป เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับคนไทย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย โดยร่วมพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ไม่น้อยกว่า 60 วิชา เปิดให้นักศึกษาปริญญาตรีเข้าร่วมฝึกอบรมด้านวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ Power Module ไม่น้อยกว่า 1,100 คน ไปจนถึงการพัฒนากระบวนการและผลิตภัณฑ์ใหม่สร้างซัพพลายเออร์ไทย เพิ่มวัตถุดิบในประเทศสู่ร้อยละ 60
พร้อมกันนี้ ยังจะมีเป้าการเพิ่มสัดส่วนมูลค่าการใช้วัตถุดิบในประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนมูลค่าสูงในไทย เช่น DCB, Frame, Housing, Diode และ Pin รวมถึงจัดกิจกรรมเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยกับบริษัทอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาไม่น้อยกว่า 2,800 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าการลงทุนไม่ได้สร้างเฉพาะกำลังการผลิต แต่เชื่อมโยงไปถึงคนไทย งานวิจัย และซัพพลายเออร์ไทย
จากความสำเร็จ Infineon สู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ที่ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปีแรก และ 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) สร้างรายได้อุตสาหกรรมกว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 900 ราย มีบุคลากรกว่า 336,000 คน และในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่าส่งออกสินค้าเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท หรือราวร้อยละ 26 ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ ขณะที่ช่วงปี 2566 – มิถุนายน 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงรวม 879 โครงการ เงินลงทุนกว่า 909,000 ล้านบาท
ในช่วงปี 2566 – มิถุนายน 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมในกลุ่ม PCB จำนวน 224 โครงการ เงินลงทุนกว่า 331,000 ล้านบาท และการลงทุนได้ขยายลงไปถึงวัตถุดิบสำคัญ เช่น Prepreg, Copper Clad Laminate และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานในประเทศมีความลึกมากขึ้นระบบนิเวศครบ เชื่อมเครื่องจักร–ชิป–PCB–AI ในกลุ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไทยมีผู้ลงทุน เช่น SAM Precision, Zollner, Advanced Energy รวมทั้ง Foxsemicon Integrated Technology ในเครือ Foxconn ซึ่งลงทุนเฟสแรกประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อผลิตอุปกรณ์ความแม่นยำสูงสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และมีการจ้างงานกว่า 1,400 คน ขณะที่ด้านการออกแบบชิป (IC Design) และการทดสอบชิปขั้นสูง มีทั้งผู้ประกอบการไทยอย่าง Silicon Craft และ Design Gateway รวมทั้งการลงทุนของ Analog Devices (ADI) กว่า 19,000 ล้านบาท รวมถึงศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือ TMEC ที่รองรับการออกแบบ การผลิตต้นแบบ และการทดสอบ


