“คมนาคม”ประกาศ” 1 ต.ค. 69 ขบ.ประกาศใช้ “สมุดพก App” ตัดแต้มยกระดับบังคับใช้กฎหมายกับผู้ให้บริการแอปฯ -คนขับ ผิดถึงเกณฑ์ระงับใบรับรอง หวังสร้างความปลอดภัย-แข่งขันอย่างเป็นธรรม
วันนี้ (24 กันยายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และผู้ให้บริการแอปพลิเคชันรถรับจ้าง จำนวน 8 ราย ที่ได้รับใบอนุญาต ได้แก่ Grab, Bolt, inDrive, TADA, MAXIM, LINE MAN, Lalamove และ FINGOGO เข้าร่วมประชุม เพื่อยกระดับการให้บริการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคม และขบ.ได้กำหนดให้ผู้ขับรถรับส่งผู้โดยสารและไรเดอร์รับส่งคนต้องมี “ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ” และขอความร่วมมือแพลตฟอร์มหยุดจ่ายงานให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก ปลอดภัย มีคุณภาพ และสามารถตรวจสอบได้ ควบคู่กับการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมภายใต้กติกาเดียวกัน
นับจากการประกาศเจตจำนงความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทั้ง 8 ราย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ผู้ขับรถได้ให้ความร่วมมือในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจน
จะเห็นได้จาก จำนวนการออกใบอนุญาตขับรถสาธารณะใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ จากเฉลี่ย 2,915 ใบต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,839 ใบต่อเดือน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเฉลี่ย 2,271 ใบต่อเดือน เพิ่มเป็น 9,383 ใบต่อเดือน หรือกว่า 3 เท่าตัว
@ดีเดย์ 1ต.ค.69 คลอด “สมุดพก App” ตัดแต้ม คุมพฤติกรรม ผิดถึงเกณฑ์ระงับใบรับรอง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป กระทรวงคมนาคมโดยกรมการขนส่งทางบก จะออกประกาศมาตรการ “สมุดพก App” มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับและติดตามการดำเนินงานของผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ผู้ขับรถ และรถที่นำมาให้บริการ อย่างเป็นระบบ หากพบมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งโทษจะแตกต่างกันไปตามฐานความผิด และอาจมีทั้งโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
“มาตรการ “สมุดพก App” มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับและติดตามการดำเนินงาน เบื้องต้นกำหนดลักษณะความผิดที่นำมาพิจารณา 4 ประเภท ได้แก่ จ่ายงานให้ผู้ขับรถที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ / จ่ายงานให้รถที่จดทะเบียนไม่ถูกต้อง / เก็บค่าโดยสารไม่ตรงตามที่กฎหมายกำหนด / ฝ่าฝืนกฎหมายหรือเงื่อนไขที่กำหนด
ขณะที่ระบบการตัดคะแนนจะประเมินทุก 3 เดือน และรีเซ็ตคะแนนใหม่ เพื่อให้การกำกับดูแลเกิดผลในแต่ละไตรมาส หากแพลตฟอร์มถูกหักคะแนนถึงเกณฑ์ จะเข้าสู่กระบวนการระงับการให้บริการ และหากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่การยกเลิกการรับรอง รวมถึงเสนอให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า แต่ละแพลตฟอร์มจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในการตรวจสอบผู้ขับรถและรถก่อนนำเข้าสู่ระบบให้บริการ มาตรการดังกล่าวจะทำให้ภาครัฐสามารถติดตามผลการดำเนินงานของแต่ละแอปพลิเคชันได้อย่างต่อเนื่อง และใช้ประกอบการดำเนินมาตรการทางกฎหมายและทางปกครองตามระดับของการฝ่าฝืน ตั้งแต่การตักเตือน การระงับการให้บริการ ไปจนถึงการยกเลิกการรับรองแอปพลิเคชันในกรณีที่มีการฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่องหรือไม่ดำเนินการแก้ไข พร้อมประสานสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า รายละเอียดการตัดคะแนนสมุดพก App นั้น จะกำหนดคะแนนเต็มไว้ที่ 100 คะแนน และกำหนดเงื่อนไขเกณฑ์ลงโทษเป็นระดับคะแนนที่จะถูกตัด โดยหากถูกหักเกิน 40% จะเข้าสู่ระดับเตือน และหากเหลือคะแนนตามเกณฑ์ใบแดง จะถูกระงับใบรับรอง โดยระยะเวลาการระงับจะเริ่มจาก 3 วัน จากนั้นอาจเพิ่มเป็น 7 วัน 15 วัน และ 30 วัน หากยังไม่มีการแก้ไข และหากเห็นว่าส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ อาจยกเลิกการรับรองได้
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการแอปฯ ยังมีสิทธิอุทธรณ์และชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงสามารถปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อขอคืนคะแนนหรือกลับเข้าสู่ระบบได้ โดยเป้าหมายของมาตรการไม่ได้มุ่งลงโทษผู้ประกอบการ แต่ต้องการให้ทุกแพลตฟอร์มมีระบบกำกับดูแลที่สร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมแก่ผู้โดยสาร
ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว แล้ว 8 แอปพลิเคชัน ส่วนแอปที่ยังไม่เข้าสู่ระบบ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้เช่นเดียวกัน
“ก่อนเข้าสู่การบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวด กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งรถและผู้ขับรถสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ทั้งการขยายเวลาให้บริการเป็นกรณีพิเศษ และการประสานผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเพื่อนัดหมายผู้ขับรถเข้าดำเนินการขอรับใบอนุญาตเป็นกลุ่มเพื่อให้ผู้ขับรถสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องก่อนเริ่มยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป


