ในยุคที่กระแสความยั่งยืนและมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนกลายเป็นบททดสอบชี้วัดความอยู่รอดของภาคธุรกิจ พื้นที่ว่างเปล่าที่หลายองค์กรเคยปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ กำลังจะเปลี่ยนสถานะจาก “ต้นทุนแฝง” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์คาร์บอน” อันทรงคุณค่า ด้วยโซลูชันการฟื้นฟูป่าและบริหารจัดการคาร์บอนแบบครบวงจรจาก ปตท. ที่ผสานประสบการณ์ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไทยก้าวข้ามความท้าทายระดับโลกอย่างมั่นคง
การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในปี 2065 บีบให้ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกและห่วงโซ่อุปทานโลก ต้องเร่งปรับตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกดดันจากกติการะหว่างประเทศและเกณฑ์ ESG ที่นับวันยิ่งทวีความเข้มงวด ทำให้การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็นโจทย์เร่งด่วนทางธุรกิจ
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีความพร้อมด้านกลไกสนับสนุนผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐาน T-VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งเปิดทางให้ภาคเอกชนสามารถพัฒนาโครงการปลูกป่าเพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตได้อย่างเป็นระบบ มีความน่าเชื่อถือในระดับสากล และพร้อมสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว
MGR Online พาไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังการเปลี่ยนผ่านพื้นที่สีเขียวให้กลายเป็นสินทรัพย์และเครดิตคาร์บอน พร้อมทั้งทำความเข้าใจกระบวนการทำงานแบบ End-to-End ที่ออกแบบมาเพื่อภาคอุตสาหกรรมไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้องค์กรของคุณพร้อมรับมือกับอนาคตสีเขียวได้อย่างสง่างามและไร้รอยต่อ
ถอดรหัสคุณค่า Nature-based Solutions ทำไมที่ดินเปล่าถึงมีค่ามากกว่าที่คิด
การลงทุนปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศในมุมมองของนักธุรกิจยุคใหม่ ไม่ได้หยุดอยู่แค่กิจกรรม CSR เพื่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมทั่วไป แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาได้หลากหลายมิติ ข้อมูลจากพื้นที่ป่าปลูกภายใต้การดูแลของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ชี้ให้เห็นว่า ป่าฟื้นฟู 1 ไร่ สามารถช่วยดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ยสูงถึง 0.95 tCO2eq ต่อปี ซึ่งปริมาณคาร์บอนเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการนำไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Carbon Offset) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากประโยชน์ด้านการชดเชยคาร์บอนแล้ว องค์กรยังได้รับโอกาสและรายได้เสริมจากการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาด รวมถึงยกระดับความน่าเชื่อถือด้าน ESG ในสายตาของคู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก
ทั้งนี้ ปตท. ในฐานะพาร์ทเนอร์ผู้คร่ำหวอดในวงการป่าไม้มากว่า 30 ปี และมีประสบการณ์เคียงข้างอุตสาหกรรมไทยมานานกว่า 40 ปี ได้พิสูจน์ความสำเร็จผ่านการเป็นผู้บุกเบิกโครงการคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้รายแรกของประเทศไทย ปัจจุบันได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 175,043 ไร่ทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานระดับสากล
เส้นทางสู่คาร์บอนเครดิตแบบครบวงจร จากที่ดินว่างเปล่าสู่วันส่งมอบ
ความท้าทายที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรมคือการเปลี่ยนความคิดเรื่องการปลูกต้นไม้ให้กลายเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตที่วัดผลได้ทางวิทยาศาสตร์ ปตท. จึงได้พัฒนากระบวนการทำงานแบบ End-to-End ที่ดูแลองค์กรตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันที่ได้รับคาร์บอนเครดิต ผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก ประกอบด้วย
1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (ประมาณ 14 วัน) พูดคุยทำความเข้าใจเป้าหมายขององค์กร พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลที่ดินเบื้องต้นร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญของ ปตท.
2. ประเมินศักยภาพพื้นที่ (ประมาณ 14 วัน) ลงพื้นที่สำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของดินและสภาพแวดล้อม
3. ออกแบบโครงการ (14-30 วัน) วางแผนเลือกชนิดพันธุ์ไม้และรูปแบบการฟื้นฟูให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ
4. ขึ้นทะเบียนโครงการ (ประมาณ 90 วัน) ดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานโครงการ T-VER กับ อบก. อย่างครบถ้วน (ไม่รวมขั้นตอนการเตรียมพื้นที่)
5. ติดตามผลและส่งมอบเครดิต (ประมาณ 120 วัน) ทำการตรวจวัด รับรอง และส่งมอบคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานกลับคืนสู่องค์กร
ตัวอย่างความสำเร็จที่จับต้องได้ในปัจจุบัน เช่น บริษัท แพนฟู้ด จำกัด บนพื้นที่ 133 ไร่ ซึ่งสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ถึง 3.83 tCO2e/ไร่/ปี พร้อมทั้งช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นจากการจ้างงานดูแลรักษาพื้นที่ตลอดอายุโครงการ และบริษัทผลิตเซรามิกขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการออกแบบแปลงปลูกรวมกว่า 103.2 ไร่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการคาร์บอนและการถือครองสินทรัพย์สีเขียวไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับภาคอุตสาหกรรมไทยอีกต่อไป ด้วยเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวดและกลไกสนับสนุนที่ชัดเจน การเริ่มต้นสำรวจพื้นที่รกร้างหรือเสื่อมโทรมในครอบครอง (ตั้งแต่ 10 ไร่ขึ้นไปที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง) จึงเป็นจังหวะก้าวเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่า
สำหรับองค์กรที่สนใจเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นสินทรัพย์คาร์บอน พร้อมรับคำปรึกษาและประเมินศักยภาพพื้นที่เบื้องต้นฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก ปตท. ได้ทันที เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางกระกวนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต
โดยสามารถติดต่อได้ที่ อีเมล [email protected] โทร. 02-537-1351 หรือ Line Official @factorydoctor


