“สรรเพชญ” เดินหน้าแก้ปัญหาจราจรท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นระบบ หลังมอบนโยบายสถานการณ์ดีขึ้นต่อเนื่อง ชูมาตรการ 3 ระยะ พร้อมยกระดับโลจิสติกส์ไทย
วันที่ 17 กันยายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง โดยมี นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วมประชุม
นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า ภายหลังจากการมอบนโยบายและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาการจราจรภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นระบบ พบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากความร่วมมือของผู้รับสัมปทานท่าเทียบเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการพื้นที่ การเร่งระบายตู้สินค้า และการปรับกระบวนการทำงานร่วมกัน ส่งผลให้สามารถลดปัญหาการสะสมของรถบรรทุก และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ความร่วมมือของผู้รับสัมปทานท่าเทียบเรือ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยทุกฝ่ายได้ร่วมกันปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงาน สนับสนุนมาตรการของ กทท. และประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การระบายรถบรรทุกและตู้สินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาการจราจรบริเวณท่าเรือแหลมฉบังยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
นายสรรเพชญ กล่าวว่า กทท. ได้วางแนวทางบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาจราจรภายในท่าเรือแหลมฉบัง แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
ระยะเร่งด่วน จัดสรรพื้นที่พักรถ (Buffer Zone) รวมกว่า 70 ไร่ เพื่อรองรับคิวรถบรรทุกที่รอเข้าท่าเทียบเรือ และอยู่ระหว่างเจรจาปรับพื้นที่เพิ่มอีก 30 ไร่ รวมถึงประสานกรมศุลกากรขยายเวลาเปิดใช้ช่องทางจราจรขาออก ประตูตรวจสอบที่ 3 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 24.00 น. เพื่อเร่งระบายรถบรรทุกตู้เปล่าและรถยนต์ส่วนบุคคล ตลอดจนเพิ่มพื้นที่กักเก็บสินค้าตกค้างเพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้น
มาตรการคู่ขนาน จัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่าง กทท. ผู้รับสัมปทานท่าเทียบเรือ กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามสถานการณ์ผ่านระบบกล้อง CCTV แบบ Real-Time เพื่อประเมินจุดติดขัดและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจปล่อยสินค้า เพื่อลดการสะสมของรถบรรทุกภายในพื้นที่
มาตรการระยะยาว กทท. อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) เพื่อปรับปรุงพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ให้สามารถรองรับกิจกรรมการนำเข้าและส่งออกที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงปรับโครงสร้างอัตราค่าภาระให้เหมาะสม เพื่อลดปริมาณตู้สินค้าคงค้าง และเร่งรัดโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้เปิดดำเนินการได้ตามแผน
นายสรรเพชญ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจราจรท่าเรือแหลมฉบังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ สายเรือ และผู้ประกอบการขนส่ง โดยกระทรวงคมนาคมจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ท่าเรือแหลมฉบังสามารถรองรับการเติบโตของการค้าและระบบโลจิสติกส์ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


