ผู้จัดการรายวัน – “กลุ่มเซ็นทรัล” เร่งเกมเวียดนาม รับตลาดค้าปลีกและบริการผู้บริโภคแตะ 2.7 แสนล้านดอลลาร์ “วัลยา จิราธิวัฒน์” เปิดแผนลงทุนระยะยาวทั้งกลุ่มกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.16 แสนล้านบาท ครอบคลุม CRC, CPN และ Centara หลัง CRC ปักหมุดตลาดมากว่า 15 ปี ลงทุนแล้วกว่า 49,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มค้าปลีก รับกำลังซื้อโต ตั้งเป้าเพิ่มอีก 30-50 สาขาในช่วง 3-5 ปี
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ President กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า เวียดนามยังเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นศักยภาพการเติบโตในระยะยาว จากขนาดตลาดและประชากรกว่า 100 ล้านคน การขยายตัวของเมือง และกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยตลาดค้าปลีกและบริการผู้บริโภคเวียดนามในปี 2568 มีมูลค่าราว 2.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.5-9.6 ล้านล้านบาท และเติบโตประมาณ 9.2% ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการผู้บริโภคขยายตัว 12.9% สะท้อนแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศ
จากโอกาสดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัลวางแผนเดินหน้าลงทุนในเวียดนามต่อเนื่อง โดยภาพรวมเม็ดเงินลงทุนระยะยาวของกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.16 แสนล้านบาท ครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Central Retail (CRC), Central Pattana (CPN) และ Centara Hotels & Resorts โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. Central Retail (CRC) ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ลงทุนในเวียดนามแล้วประมาณ 49,000 ล้านบาท หรือราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตลอด 8 ปีที่ผ่านมามียอดขายรวมกว่า 330,000 ล้านบาท ภายใต้การขยายธุรกิจสู่ Retail & Wholesale Ecosystem ครอบคลุมทั้ง Food, Non-Food และ Shopping Mall ผ่านแบรนด์ GO! Hypermarket, Tops Market และ mini go! รวมถึงธุรกิจอื่นๆ โดยมีเครือข่ายมากกว่า 300 แห่งใน 26 จังหวัด รองรับลูกค้าเฉลี่ยราว 500,000 คนต่อวัน ส่งผลให้ปัจจุบัน CRC มีส่วนแบ่งประมาณ 40% และเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด Modern Trade ของเวียดนาม ตามข้อมูลที่บริษัทระบุ
ล่าสุดในระยะ 3 ปีข้างหน้า( 2025-2027) CRC มีแผนลงทุนเพิ่มเติมประมาณ1,300-1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายเครือข่ายเพิ่มอีก 30-50 สาขา โดยเบื้องต้นภายในปี 2028 จะเพิ่ม GO! Hypermarket 10–12 แห่ง + mini go! 23–25 แห่ง รวม 33–37 แห่ง จากปัจจุบัน 300 แห่ง สู่ราว 350 แห่งในอนาคต โดยจะเดินหน้าขยาย GO! Hypermarket, Tops Market, mini go! และ Lan Chi Mart รวมถึงกลุ่ม Non-Food และ Lifestyle เพื่อเจาะทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
2. Central Pattana (CPN) อยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามิกซ์ยูสร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในเวียดนาม โดยมองหาพันธมิตรที่มีความเหมาะสม เช่น Sun Group ภายใต้แผนการลงทุนระยะยาว 10-15 ปี ด้วยงบลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากก่อนหน้านี้ CPN ได้ขยายการลงทุนในต่างประเทศและเปิดศูนย์การค้าที่ประเทศมาเลเซีย
3. Centara Hotels & Resorts ส่วนธุรกิจโรงแรมในเวียดนาม ปัจจุบันบริหาร Centara Mirage Resort Mui Ne จำนวน 984 ห้อง และเตรียมเพิ่มพอร์ตอีก 2 แห่ง ได้แก่ Centara Hotel & Residences Van Don จำนวน 481 ห้อง และ Crystal Holidays Harbour Van Don จำนวน 496 ห้อง รวม 977 ห้อง โดยทั้งสองแห่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Crystal Holidays Harbour Van Don ซึ่งพัฒนาโดย Everland Group มีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 7,500 ล้านบาท ขณะที่ Centara ทำหน้าที่บริหารโรงแรม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเงินลงทุนของ Centara ในเวียดนามโดยเฉพาะ
สำหรับสถานะ CRC Vietnam นอกจากเป็นผู้เล่นต่างชาติรายใหญ่ในตลาดค้าปลีกเวียดนามแล้ว ยังได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทค้าปลีกที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของเวียดนาม จาก Vietnam Report และ VietNamNet ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในการจัดอันดับปี 2568 และหากเจาะเฉพาะตลาด Hypermarket ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า Central Retail ครองส่วนแบ่งมูลค่าประมาณ 60% ในปี 2568 สูงสุดในกลุ่มดังกล่าว สะท้อนฐานธุรกิจของ CRC ที่แข็งแรงในตลาด Modern Retail ของเวียดนาม
ด้านนายโอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กล่าวว่า การเติบโตของตลาดเวียดนามมาพร้อมกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและปรับตัวอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นความคุ้มค่า หันมาใส่ใจเรื่องคุณภาพ (Quality) มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) สินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และแบรนด์ระดับสากลมากขึ้น
ดังนั้น CRC จึงเดินหน้าพัฒนาโมเดลค้าปลีกเพื่อรองรับกำลังซื้อทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง ภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. Family Mall & Hypermarket พัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัว รวมการช็อปปิ้ง ความบันเทิง และอาหารไว้ในจุดเดียว
2. Urban Supermarket เจาะกลุ่ม Gen Z และสังคมเมือง เน้นบริการอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) และสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่มีความเร่งรีบ
3. Rural Concept เปลี่ยนผ่านการค้าแบบดั้งเดิมสู่ Modern Trade ในพื้นที่ต่างจังหวัด ปัจจุบันขยายไปแล้วกว่า 44 สาขา
4. Better for Vietnam ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Sourcing) และมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค (Farm to Fork) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรและผู้ผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันสินค้าที่ CRC จำหน่ายมากกว่า 90% มาจากแหล่งผลิตในเวียดนาม และทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่นจำนวนมาก
ปัจจุบันเครือข่ายของ CRC มากกว่า 300 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ค้าปลีกกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร และมีพนักงานประมาณ 13,000 คน
สำหรับการแข่งขันในตลาดค้าปลีกเวียดนาม นายโอลิวิเยร์กล่าวว่า ตลาดยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากสัดส่วน Modern Trade ยังอยู่ในระดับต่ำ โดย CRC มุ่งดึงผู้บริโภคจากตลาดสดและร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade) เข้าสู่ Modern Trade ผ่านกลยุทธ์ Rural Concept
ปัจจุบัน CRC ต้องแข่งขันกับผู้เล่นหลักทั้งกลุ่มทุนท้องถิ่น เช่น WinCommerce/Masan ซึ่งมีเครือข่าย WinMart+ จำนวนมาก, Saigon Co.op และ Bách Hóa Xanh รวมถึงกลุ่มทุนต่างชาติอย่าง AEON Mall จากญี่ปุ่น และ Lotte Mart จากเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม นอกจากการขยายธุรกิจในเวียดนามแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างไทยและเวียดนาม ผ่านความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม จัดงาน Vietnamese Week in Thailand ซึ่งเป็นงานประจำปีที่รวบรวมสินค้าไฮไลต์ ผลิตภัณฑ์ OCOP และอาหารขึ้นชื่อจากภูมิภาคต่างๆ ของเวียดนามมาจัดแสดงในไทย พร้อมเปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อผลักดันสินค้าเวียดนามเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายในเครือกลุ่มเซ็นทรัล
งานดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 และถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่กลุ่มเซ็นทรัลใช้เชื่อมโยงผู้ประกอบการเวียดนามเข้าสู่ตลาดไทย โดยปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 60 ราย พร้อมกิจกรรม Business Matching และความร่วมมือด้านระบบชำระเงินข้ามแดน VietQR Global กับ NAPAS และ VietinBank ตอกย้ำการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการบริโภคระหว่างสองประเทศ
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า เวียดนามกำลังถูกยกระดับจากตลาดต่างประเทศของ CRC สู่หนึ่งในฐานลงทุนระยะยาวของกลุ่มเซ็นทรัล โดยมีเม็ดเงินกว่า 1.16 แสนล้านบาทเป็นเดิมพัน ครอบคลุมทั้งค้าปลีก ศูนย์การค้ามิกซ์ยูส และโรงแรม พร้อมเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อเวียดนามในระยะยาว.


