การตัดสินการประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 41 (PTT Art Awards 2026) ภายใต้หัวข้อ “พลังชีวิต พลังอนาคต” ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยจำนวนผลงานส่งเข้าประกวดถล่มทลายถึง 1,539 ชิ้น จากผู้สร้างสรรค์ 1,482 คนทั่วประเทศ การประกวดครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการเติบโตด้านปริมาณ แต่ยังเผยให้เห็นพัฒนาการทางความคิด เทคนิคสร้างสรรค์อันหลากหลาย และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงรุ่นใหญ่ ตลอดจนการยืนหยัดของ “รากแก้วทางวัฒนธรรม” ที่ยังคงเข้มแข็งและพร้อมก้าวสู่เวทีระดับสากล แม้จะอยู่ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทอย่างสูงก็ตาม
ท่ามกลางบรรยากาศการคัดเลือกและตัดสินอันเข้มข้น ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศถึง 10 ท่าน ร่วมกันพิเคราะห์ผลงานศิลปะนับพันชิ้น เพื่อเฟ้นหาสุดยอดชิ้นงานที่จะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการศิลปะไทยประจำปีนี้
ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) หรือ ปตท. ได้สนับสนุนและสร้างพื้นที่เปิดกว้างให้แก่ผู้มีความสามารถทางศิลปะทุกช่วงวัยได้แสดงออกถึงพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการประกวดผลงานศิลปกรรม ปตท. และการเดินทางมาถึงปีที่ 41 ในครั้งนี้ ก็ยิ่งเป็นประจักษ์พยานอันแน่ชัดว่า ศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกส่วนบุคคล หากแต่คือเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ สังคม และพลังขับเคลื่อนจิตวิญญาณแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
เปลวไฟแห่งจินตนาการ: จากโจทย์ 'พลังชีวิต พลังอนาคต' สู่การทลายพรมแดนสร้างสรรค์
“พลังชีวิต พลังอนาคต” คือหัวข้อการประกวดประจำปีนี้ที่เป็นเสมือน “แรงกระตุ้นทางความคิด” ท้าทายให้ศิลปินแต่ละคนต้องตีความและค้นหาความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใน คำว่า 'พลังชีวิต' ที่อาจหมายถึงลมหายใจ ความหวัง สายสัจธรรมแห่งธรรมชาติ หรือการต่อสู้ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ 'พลังอนาคต' หมายถึงจินตนาการความหวัง นวัตกรรม และมิติแห่งการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ซึ่งเมื่อสองสิ่งนี้มารวมกัน จึงกลายเป็นการระเบิดออกของพลังสร้างสรรค์ที่ไร้ขอบเขต
ในการคัดเลือกครั้งนี้ คณะกรรมการต่างประทับใจกับความหลากหลายของรูปแบบและเทคนิคที่นำมาประยุกต์ใช้ งานจิตรกรรมมิได้จำกัดอยู่เพียงแค่การปัดแปรงบนผืนผ้าใบแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่มีการผสมผสานสื่อผสม (Mixed Media) การใช้วัสดุพื้นบ้าน ตลอดจนการสร้างสรรค์งานประติมากรรมแบบ 3 มิติที่มีความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทักษะความชำนาญขั้นสูงและความกล้าหาญในการหลุดออกจากกรอบความคิดเดิม
“สิ่งสุดท้ายที่เราได้มาในวันนี้ เป็นผลสัมฤทธิ์ของการตั้งชื่อ 'พลังชีวิต พลังอนาคต' ได้ส่งประกายให้กรรมการทุกคนเห็นว่า งานครั้งนี้เป็นงานที่สมบูรณ์ มีความพร้อมทั้งเรื่องของการสร้างสรรค์ เทคนิคการสร้างสรรค์ และรูปแบบการสร้างสรรค์นั้นมาแปลกกว่าทุกครั้ง” อาจารย์ธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และประธานคณะกรรมการฯ ในการตัดสิน แสดงทัศนะถึงภาพรวมงานศิลปะที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้
ความแปลกใหม่และความลงตัวของผลงานในปีนี้ เป็นดั่งกระจกเงาสะท้อนว่า ศิลปินไทยรุ่นใหม่ไม่เพียงแต่มองเห็นโจทย์ในเชิงมิติความสวยงามทางทัศนศิลป์เท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมโยงโจทย์เข้ากับบริบททางสังคม สภาพแวดล้อม และสัจธรรมชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ชิ้นงานแต่ละชิ้นมีเรื่องเล่าและแรงส่งทางอารมณ์ที่ปะทะกับผู้พบเห็นอย่างมีพลัง
นอกจากนี้ การเปิดรับผลงานในหมวด PTT Digital Arts 2026 ยังเป็นการขยายพรมแดนสู่โลกยุคใหม่ เปิดโอกาสให้ศิลปินดิจิทัลได้นำเสนอเทคโนโลยีสื่อใหม่ ๆ มาถ่ายทอดเรื่องราว ทำให้เวทีการประกวดศิลปกรรม ปตท. ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับเข็มนาฬิกาของโลกแห่งความเป็นจริง
สะพานเชื่อมกาลเวลา: จากเมล็ดพันธุ์เยาวชน สู่เสาหลักแห่งวงการศิลปะไทย
หนึ่งในมิติอันงดงามของการประกวดศิลปกรรม ปตท. ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา คือการทำหน้าที่เป็น “สถาบันบ่มเพาะ” นอกระบบโรงเรียน ที่คอยรดน้ำพรวนดินให้แก่เมล็ดพันธุ์ศิลปินรุ่นแล้วรุ่นเล่า เยาวชนจำนวนมากที่เคยส่งผลงานเข้าประกวดในระดับเด็กและเยาวชนเมื่อหลายสิบปีก่อน วันนี้ได้เติบโตกลายเป็นศิลปินมืออาชีพ เป็นอาจารย์สอนศิลปะ และหลายคนได้หวนกลับมานั่งในฐานะ “กรรมการตัดสิน” บนเวทีแห่งนี้
การสืบทอดและส่งต่อแรงบันดาลใจจากรุ่นสู่รุ่นเช่นนี้ คือวงจรชีวิตที่แข็งแกร่งของวงการศิลปะไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้มิใช่เพียงกิจกรรม CSR ที่จัดขึ้นแล้วจบไป แต่คือการลงทุนใน “คน” และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาให้แก่สังคมไทยอย่างแท้จริง
“40 กว่าปีนั้น ปรากฏว่า เด็กบางคนที่เคยส่งผลงานเข้าประกวด เป็นกรรมการตัดสินงานในครั้งนี้หลายคน และก็นี่คือผลสำเร็จของการสร้างสรรค์เพื่อสังคมของ ปตท. จึงเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติ ที่ทำให้ความก้าวหน้าด้านศิลปะเราไม่น้อยหน้าประเทศใดในโลกนี้ จึงเป็นสิ่งที่สมควรว่า อนาคตควรจะต้องมีต่อไป” อาจารย์ธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์กล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น
เมื่อพิจารณาในกลุ่มผลงานของเด็กและเยาวชน สิ่งที่น่าทึ่งและประทับใจแก่เหล่าคณะกรรมการเป็นอย่างยิ่ง คือความกล้าหาญและความมีอิสระทางความคิด เยาวชนในยุคนี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การวาดภาพระบายสีในระนาบ 2 มิติอีกต่อไป แต่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาจำนวนมากกล้าที่จะกระโดดเข้าสู่งานประติมากรรม 3 มิติ ซึ่งต้องการทักษะเชิงช่าง การคำนวณโครงสร้าง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าปกติ
“สำหรับผม มองว่ามันมีความเป็นอิสระ การแสดงออกก็สนุกสนาน ไร้เดียงสา ธรรมชาติของการแสดงออกทางศิลปะของเด็ก ๆ เป็นคุณสมบัติที่ดีมาก การทำงานศิลปะ คือกล้าหาญและอิสระ ขณะที่ในด้านประติมากรรม เราเห็นเด็กระดับสูง มัธยม ทำงานศิลปะมีลักษณะ 3 มิติขึ้น รู้สึกว่าเทคนิคเขาดี มันเป็นเทคนิคที่ยาก ปัญหาในการทำงานก็ยากกว่า 2 มิติ ซึ่งมีคนทำน้อย” อาจารย์พีระพงษ์ ดวงแก้ว อาจารย์โครงการพิเศษ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวแสดงความเห็น
นอกจากนี้ อาจารย์พีระพงษ์ ยังได้กล่าวให้กำลังใจเยาวชนทุกคนอย่างอบอุ่นว่า คุณค่าที่แท้จริงของงานศิลปะไม่ได้วัดกันที่ตัวเหรียญรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ประทับอยู่ในทุก ๆ วินาทีที่เด็ก ๆ ได้ลงมือสร้างสรรค์งานออกมาด้วยความตั้งใจบริสุทธิ์
“ขอให้กำลังใจทุก ๆ คน เพราะทุกคนสร้างสร้างสรรค์ผลงานได้ดีจริง ๆ และจริง ๆ แล้ว ผลงานศิลปะที่เด็กแสดงออกมา มีความดีงามในคุณค่าของเขาในวาระนั้น ๆ ในวินาทีนั้นที่เขาสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา” อาจารย์พีระพงษ์ กล่าวเสริมในตอนท้าย และคำกล่าวนี้ตอกย้ำว่า บนเส้นทางศิลปะ ไม่มีความพ่ายแพ้ที่แท้จริง มีเพียงประสบการณ์การเรียนรู้และการค้นพบตัวตน ซึ่งจะเป็นพลังฐานรากในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจประณีตและมีปัญญาในอนาคต
ศิลปะในยุคเปลี่ยนผ่าน: AI เครื่องมือยุคใหม่ กับ 'รากแก้ว' ทางวัฒนธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยน
เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเนรมิตภาพวาดอันวิจิตรพิสดารได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที คำถามสำคัญที่คนในวงการทัศนศิลป์ทั่วโลกกำลังเผชิญร่วมกันคือ “อะไรคือคุณค่าที่แท้จริงของงานศิลปะที่สร้างโดยมนุษย์?” และ “ศิลปินจะดำรงอยู่อย่างไรท่ามกลางพายุหมุนแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้?”
เวที PTT Art Awards 2026 ได้ให้คำตอบผ่านมุมมองแบบมองการณ์ไกลของศิลปินรุ่นใหญ่ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเพียง “เครื่องมือ” ชนิดหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่นเดียวกับพู่กันหรือสีน้ำมันในอดีต ในมุมมองของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เห็นว่า สิ่งที่ทำให้งานศิลปะมีชีวิต มีพลัง และมีคุณค่าอย่างแท้จริง มิใช่ความสมบูรณ์แบบของเส้นสาย แต่คือ “Spirit” หรือจิตวิญญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และการหลอมรวมกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่มีวันเลียนแบบได้
“เพราะฉะนั้น กิจกรรมที่ ปตท. ทำ เป็นการสร้างภูมิปัญญา สร้าง Spirit สร้างพลังให้คนผ่านศิลปินหรือผ่านคนอื่น ๆ แม้แต่หน่วยงาน ปตท. ที่จะซัพพอร์ต จะทำให้การเดินต่อไปในอนาคตมีความเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยน วิธีคิดเปลี่ยน แต่รากทางวัฒนธรรมต้องไม่เปลี่ยน”
ศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา ยังได้ขยายความเพิ่มเติมถึงความสำคัญของการรักษาฐานรากทางปัญญาว่า ประเทศไทยมีทุนทางวัฒนธรรมและ Soft Power ที่เป็นเอกลักษณ์และได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก การส่งเสริมศิลปกรรมจึงไม่ใช่เรื่องของการอนุรักษ์แบบแช่แข็ง แต่คือการนำภูมิปัญญาเดิมมาสืบสาน ต่อยอด และปรับใช้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรมไทยยืนหยัดและเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกแห่งอนาคต
“อันนี้ผมถือว่า เป็นคุณูปการที่ดีมาก และสำหรับบ้านเมืองของเรานั้น ทุกคนต่างก็ทราบกันว่า เรามี Soft Power มีภูมิปัญญาที่คนทั่วโลกยอมรับ เราจึงต้องสืบสานและต่อยอดให้ศิลปวัฒนธรรมมีความยั่งยืนต่อไปในโลกอนาคต”
“พลังชีวิต” และ “พลังอนาคต” จึงไม่ใช่สิ่งแยกขาดจากกัน หากแต่เป็นสายน้ำสายเดียวกันที่ไหลจากอดีต ผ่านปัจจุบัน และมุ่งสู่อนาคต โดยมีศิลปินทุกรุ่นทุกวัยทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยให้สืบเนื่องต่อไป
การประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล คือการตอกย้ำถึงหมุดหมายอันยิ่งใหญ่ของวงการทัศนศิลป์ไทย ที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลังงานขับเคลื่อนอันไม่หยุดนิ่ง ชิ้นงานทั้ง 1,539 ผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หัวใจอันมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ของศิลปินไทยยังคงเต้นแรงและพร้อมที่จะส่งแสงสว่างทางปัญญาผ่านงานศิลป์อย่างไม่หยุดยั้ง
ขอเชิญชวนผู้รักศิลปะและประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองพลังแห่งการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่นี้ในพิธีมอบรางวัลและนิทรรศการแสดงผลงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 ณ PTT Art Gallery ณ บ้านเจ้าพระยา
กำหนดการและรายละเอียดงาน PTT Art Awards 2026
พิธีมอบรางวัล PTT Art Awards 2026: จำนวน 32 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 900,000 บาท
พิธีมอบรางวัล PTT Digital Arts 2026: จำนวน 16 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 270,000 บาท
กำหนดจัดงาน: เดือนตุลาคม 2569
สถานที่: PTT Art Gallery ณ บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพมหานคร
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม: Facebook Page: หอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา https://www.facebook.com/PTTArtGalleryAtBanChaoPhraya


