กรุงเทพฯ, 15 กันยายน 2569 - ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026 จากเวที FinanceAsia Awards 2026 สะท้อนความโดดเด่นในการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้บริโภคให้สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชันทางการเงินเพื่อความยั่งยืน การเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้า และแนวทางการดำเนินธุรกิจธนาคารอย่างมีความรับผิดชอบ
ในปี 2568 ยูโอบี ประเทศไทย มียอดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสะสมรวมกว่า 74.6 พันล้านบาท ขณะที่ร้อยละ 48.6 ของสินเชื่อธุรกิจใหม่ที่ได้รับอนุมัติ เป็นสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) หรือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability-linked Financing) สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยด้านความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการตัดสินใจด้านการเงินในภาคธุรกิจมากขึ้น
รางวัลดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของยูโอบี ประเทศไทย ในการช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ผ่านการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ
FinanceAsia ระบุว่า รางวัลนี้มอบให้แก่ยูโอบี ประเทศไทย เพื่อยกย่องบทบาทในการผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนการสนับสนุนลูกค้าบนเส้นทางสู่ความยั่งยืนผ่านนวัตกรรมทางการเงินและความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศทางธุรกิจ
นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “วันนี้ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายระยะยาว แต่เป็นโจทย์ทางธุรกิจที่มีผลต่อการเข้าถึงเงินทุน ต้นทุนการดำเนินงาน ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร บทบาทของเราคือการช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางธุรกิจ ผ่านโซลูชันทางการเงิน ความเชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรม และเครือข่ายพันธมิตรที่เหมาะสม รางวัลนี้สะท้อนความคืบหน้าที่เกิดจากการลงมือทำร่วมกันของลูกค้าและธนาคาร พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว”
ขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่การเติบโตของธุรกิจ
ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนให้ภาคธุรกิจผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การเติบโต ผ่านกรอบการเงินเพื่อความยั่งยืนและโซลูชันที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในปี 2568 ธนาคารมีบทบาทในการสนับสนุนธุรกรรมสำคัญหลายรายการ อาทิ การสนับสนุนทางการเงินแก่ Levanta Renewables สำหรับการเข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการทั่วประเทศไทย ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ และการสนับสนุนการพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ยั่งยืนขนาด 25.6 เมกะวัตต์ของ GSA Data Center ในจังหวัดสมุทรปราการ
เสริมศักยภาพ SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน
ยูโอบี ประเทศไทย ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย จึงได้พัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของ SME อาทิ Sustainability Innovation Programme, UOB Sustainability Compass, Womenpreneur Programme และ AI Ready Programme
โครงการเหล่านี้มุ่งช่วยให้ SME เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และเปิดโอกาสสู่การเติบโตในอนาคต ปัจจุบันมี SME มากกว่า 600 ราย เข้าร่วมโครงการ Sustainability Innovation Programme และกว่า 1,800 ราย ใช้งาน UOB Sustainability Compass เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความยั่งยืนของธุรกิจ
ส่งเสริมทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับผู้บริโภค
นอกจากการสนับสนุนภาคธุรกิจแล้ว ยูโอบี ประเทศไทย ยังนำเสนอโซลูชันทางการเงินและการลงทุนที่ช่วยให้ลูกค้าบุคคลสามารถมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้เช่นกัน
ในปี 2568 ยอดขายผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มุ่งเน้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีมูลค่ามากกว่า 2.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ธนาคารยังให้บริการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการอยู่อาศัยอย่างประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโซลาร์รูฟ ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
FinanceAsia กล่าวว่า “ยูโอบีแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างโดดเด่นด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทยตลอดปี 2568 โดยสามารถสร้างผลงานได้เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่สัดส่วนการอนุมัติสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนใหม่อยู่ที่ร้อยละ 48.6 นอกจากนี้ ยูโอบียังสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ผ่านโครงการด้านความยั่งยืน การส่งเสริมผู้ประกอบการสตรี และการเตรียมความพร้อมด้าน AI พร้อมขยายโซลูชันด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนและสินเชื่อสีเขียวอย่างต่อเนื่อง”


