เอพี ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพบ้าน ผ่านกระบวนการ AP Quality Inspection ที่ตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงความเรียบร้อยก่อนส่งมอบ โดยใช้เกณฑ์ Quality Tolerance และระบบ Double Check เพื่อสร้างความมั่นใจและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว
เอพี กวาดรายได้ในปี 2569 ครึ่งปีแรก 2.24 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้ารุก 46 โครงการใหม่ทั่วประเทศ
เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ด้วยรายได้รวม (100% JV) แตะ 22,431 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.1% พร้อมทำกำไรสุทธิแตะ 1,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% สะท้อนศักยภาพการบริหารพอร์ตโฟลิโอและความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค
พร้อมรักษาเสถียรภาพทางการเงิน คุมอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนให้อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.66 เท่า โดยผลงานการขายในช่วง 7 เดือนแรกของปี สามารถผลักดันยอดขายสุทธิรวมได้ถึง 27,974 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 57% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี
ด้วยฐานะทางการเงินที่แกร่งและกระแสตอบรับที่ดีจากตลาด บริษัทฯ จึงประกาศเดินหน้าปรับเพิ่มแผนธุรกิจเชิงรุกในช่วงครึ่งปีหลัง โดยปรับเพิ่มแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 รวมเป็น 46 โครงการ มูลค่ารวมสูงถึง 56,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม รวมถึงโครงการในภูมิภาค เพื่อขยายพอร์ตและรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่าง
เจาะ 4 มิติ AP Quality Inspection คุมคุณภาพบ้านตั้งแต่ฐานรากถึงก่อนส่งมอบ
1. ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างบ้านตั้งแต่ฐานรากถึงหลังคา
มิติแรกที่เอพีให้ความสำคัญคือ โครงสร้างหลักของบ้าน เพราะความปลอดภัยและอายุการใช้งานเริ่มต้นจากฐานรากที่มั่นคง การควบคุมคุณภาพจึงเริ่มตั้งแต่งานใต้ดิน ไปจนถึงโครงสร้างส่วนบนของบ้าน โดยมีจุดตรวจสอบสำคัญ ดังนี้
● มาตรฐานเสาเข็มและการตอก: ควบคุมคุณภาพตั้งแต่การตรวจสอบสภาพชั้นดิน เพื่อคำนวณขนาด ความยาว และวิธีตอกเสาเข็มให้เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม เสาเข็มต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพ เช่น มีอายุมากกว่า 7 วัน ไม่มีรอยร้าวขนาดใหญ่ และมีค่าความแข็งแรง (Strength) มากกว่า 350 Ksc. พร้อมควบคุมการตอกด้วยค่า Blow Count และทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็มด้วยคลื่นความถี่ (Seismic Test)
● ความพร้อมก่อนเทพื้น: ก่อนเทคอนกรีต ตรวจสอบการปูแผ่นพลาสติก การบดอัดทราย และการติดตั้งเหล็กเสริมพื้นให้ถูกตำแหน่ง แข็งแรง และได้ระดับตามที่กำหนด เพื่อให้งานโครงสร้างพื้นถูกต้องและพร้อมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเทคอนกรีต
● จุดยึดและโครงหลังคา: ตรวจรอยเชื่อม จุดยึดน็อต และระยะแปของโครงหลังคาให้ตรงตามแบบวิศวกรรมก่อนมุงหลังคา รวมถึงตรวจความแน่นหนาของจุดยึดราวระเบียงและราวบันไดก่อนปิดทับ เพื่อให้ส่วนประกอบสำคัญมีความมั่นคงและปลอดภัยต่อการใช้งาน
2. ตรวจระบบไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล และเครื่องปรับอากาศ ก่อนปิดผนัง
งานระบบที่ซ่อนอยู่ภายในตัวบ้าน ทั้งงานใต้พื้น ภายในผนัง เหนือฝ้า เป็นจุดที่ต้องตรวจสอบให้เรียบร้อย เอพีจึงตรวจทั้งความถูกต้องของการติดตั้งและการทำงานของระบบในแต่ละช่วง โดยครอบคลุมจุดสำคัญ ดังนี้
● งานระบบใต้พื้น: ตรวจชนิด ขนาด แนว และตำแหน่งของท่อประปาและสุขาภิบาลให้ตรงตามแบบ พร้อมยึดท่อและข้อต่อให้แน่น ทดสอบการรั่วซึม และป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน รวมถึงตรวจระบบป้องกันปลวก ทั้งแนวท่อ HDPE และหัวจ่ายน้ำยาให้ติดตั้งครบถ้วนก่อนเทพื้น
● ผนังและงานระบบก่อนฉาบ: ตรวจแนวระนาบ แนวดิ่ง และมุมฉากของผนัง ควบคู่กับระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ แผงวงจร และกล่องอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในให้ครบถ้วน พร้อมอุดร่องท่อและเตรียมบริเวณเสี่ยงต่อการแตกร้าวให้เรียบร้อย เพื่อลดการรื้อแก้ภายหลัง
● งานระบบเหนือฝ้า: ตรวจระบบประปา ไฟฟ้า สื่อสาร เครื่องปรับอากาศ และฉนวนกันความร้อนให้ติดตั้งครบถ้วน พร้อมทดสอบแรงดันท่อน้ำดีที่ 100 psi เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และตรวจการไหลของท่อน้ำทิ้ง เพื่อยืนยันมาตรฐานของระบบก่อนปิดฝ้า
3. ทดสอบน้ำรั่วซึม ควบคุมความชื้น และเช็กระบบระบายน้ำ
นอกจากความแข็งแรงและความถูกต้องของงานระบบแล้ว เอพีให้ความสำคัญกับการป้องกันน้ำรั่วซึม ความชื้น และการระบายน้ำ จึงมีการทดสอบและตรวจสอบจุดเสี่ยงก่อนเข้าสู่งานตกแต่งและส่งมอบให้แก่ลูกค้า ดังนี้
● การป้องกันน้ำรั่วซึม: ทดสอบโดยการขังน้ำบริเวณพื้นดาดฟ้า หลังคาคอนกรีต และพื้นห้องน้ำ รวมถึงขังน้ำในรางหน้าต่างและฉีดน้ำบริเวณรอยต่อรอบวงกบและบานกระจก (Water Test) เพื่อตรวจหาจุดรั่วซึมและความผิดปกติก่อนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภายในบ้าน
● การควบคุมความชื้นก่อนติดตั้งวัสดุ: ใช้เครื่องวัดความชื้นตรวจผนัง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ห้องน้ำ แนวท่อประปา และผนังภายนอก รวมถึงตรวจพื้นคอนกรีตก่อนติดตั้งไม้บันได เพื่อลดความเสี่ยงจากวอลเปเปอร์พอง หลุดล่อน และวัสดุไม้โก่งตัว
● ระบบระบายน้ำและสุขาภิบาลภายนอก: ตรวจบ่อพัก บ่อดักไขมัน ถังบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนแนวและความลาดเอียงของท่อ เพื่อให้น้ำระบายไปตามทิศทางที่กำหนด ลดความเสี่ยงจากน้ำขัง และน้ำไหลย้อนกลับ
4. ทดสอบทุกฟังก์ชัน ทั้งไฟฟ้า ประปา สุขภัณฑ์ และความเรียบร้อยก่อนส่งมอบ
เมื่อการก่อสร้างและติดตั้งระบบต่าง ๆ แล้วเสร็จ ขั้นตอนสุดท้ายคือการตรวจสอบทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความปลอดภัย และความเรียบร้อยของวัสดุภายในบ้าน โดยเอพีจะทดลองใช้งานจริงในแต่ละจุด พร้อมเก็บรายละเอียดที่ยังไม่สมบูรณ์ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า ครอบคลุมการตรวจสอบสำคัญ ดังนี้
● ระบบไฟฟ้าและสื่อสาร: ตรวจตั้งแต่ตู้ควบคุมไฟฟ้า เบรกเกอร์ สวิตช์ และเต้ารับ พร้อมทดสอบอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว และใช้อุปกรณ์เช็กปลั๊กไฟ (Socket Tester) ตรวจการต่อสายไฟและสายดินเบื้องต้น รวมถึงทดสอบระบบแสงสว่างและความต่อเนื่องของสายสัญญาณ LAN เพื่อให้ทุกจุดพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย
● ระบบประปาและสุขาภิบาลหลังติดตั้ง: ภายหลังติดตั้งสุขภัณฑ์ จะมีการทดลองใช้งานจริง ทั้งแรงดันน้ำ การระบายน้ำ และตรวจข้อต่อต่าง ๆ ว่าไม่มีการรั่วซึม พร้อมตรวจความลาดเอียงของพื้น เพื่อให้น้ำไหลลงจุดระบายได้อย่างเหมาะสมและไม่เกิดน้ำขัง
● ความเรียบร้อยของวัสดุและพื้นที่ภายใน: ตรวจพื้น ผนัง ฝ้า เคาน์เตอร์ สุขภัณฑ์ ประตู-หน้าต่าง และวัสดุปิดผิว รวมถึงแนวระดับ รอยต่อ และรอยแตกร้าว เพื่อเก็บรายละเอียดให้เรียบร้อย
หลังจากตรวจสอบทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความเรียบร้อยของบ้านแล้ว เอพีจะเข้าสู่ Final Inspection เพื่อตรวจภาพรวมอีกครั้ง ทั้งอุปกรณ์ ระบบต่าง ๆ และรายการแก้ไขที่พบจากการตรวจก่อนหน้า ก่อนยืนยันความพร้อมสำหรับการส่งมอบบ้านให้ลูกค้า
จากการตรวจสู่ตัวเลข Quality Tolerance เกณฑ์วัดคุณภาพบ้าน ภายใต้มาตรฐานเอพี
นอกจากการตรวจสอบในแต่ละขั้นตอนแล้ว เอพียังวางระบบตรวจคุณภาพ 2 ชั้นแบบ Double Check โดยเริ่มจากทีมวิศวกรโครงการ (Site Engineer) ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน ก่อนส่งต่อให้ทีมควบคุมคุณภาพ QA จากส่วนกลาง ตรวจซ้ำตามรายการและมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้การประเมินคุณภาพของทุกโครงการวัดผลได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยใช้ Quality Tolerance หรือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการตัดสินว่างานผ่านมาตรฐานหรือจำเป็นต้องแก้ไข
ตัวอย่างการวัด Quality Tolerance ที่เอพีใช้อ้างอิงในการตรวจคุณภาพบ้านเอพี
เอพียกระดับบทบาทจากผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย สู่ผู้ดูแลการใช้ชีวิตตลอดการอยู่อาศัย
นอกเหนือจากตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจ ความไว้วางใจจากลูกค้า ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความสำเร็จของเอพี ไทยแลนด์ ที่พัฒนามาตรฐานการอยู่อาศัย ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังการส่งมอบ ผ่านบริการหลังการขาย After Service ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันของแต่ละโครงการ เพื่อเติมเต็มความมั่นใจและความอุ่นใจให้ลูกบ้าน
หากลูกบ้านต้องการติดต่อเพื่อขอรับการดูแล สามารถใช้บริการ Call Service โทร. 02-018-9999 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:30-17:30 น. และแอปพลิเคชัน Smart World ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานพร้อมประสานนัดหมาย ตรวจสอบ และวางแนวทางการดูแล ก่อนจัดทีมช่างเข้าดำเนินการตามกรอบเวลา พร้อมติดตามความเรียบร้อยจนยืนยันผล เพื่อให้ลูกบ้านมั่นใจได้ว่าเอพีพร้อมเคียงข้างในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย
ตรวจสอบทุกจุดของบ้าน เพื่อทุกความอุ่นใจของลูกบ้านเอพี ด้วยมาตรฐาน AP Quality Inspection
มาตรฐาน AP Quality Inspection ที่เข้มข้นตั้งแต่งานเสาเข็มและโครงสร้าง ไปจนถึงการตรวจวัดความเรียบร้อย เป็นมากกว่ากระบวนการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง โดยครอบคลุมทั้งโครงสร้าง งานระบบ และรายละเอียดก่อนส่งมอบ ผ่านเกณฑ์ Quality Tolerance ที่ชัดเจน พร้อมต่อเนื่องด้วยบริการ After Care เพราะสำหรับเอพี ทุกขั้นตอนคือส่วนหนึ่งของคำมั่นสัญญา “ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้” ที่ตั้งใจส่งมอบไปพร้อมกับความมั่นใจในทุกการอยู่อาศัย


