xs
xsm
sm
md
lg

“วราวุธ”แนะทางออกรับมือเด็กเกิดน้อยกระทบขาดแรงงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วราวุธ” รับ วิกฤติเด็กเกิดน้อย ส่งผลแนวโน้มขาดแคลนแรงงาน เร่ง เสริมทักษะให้สอดคล้องเทคโนโลยี เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมตอบโจทย์ผู้สูงอายุ ผลักดันแนวคิดใช้คนเป็นศูนย์กลาง สถานประกอบการต้องเป็นระบบนิเวศ สร้างอาชีพ-สร้างครอบครัวได้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าร่วมเสวนาวิชาการหัวข้อ “วิกฤติเกิดน้อยด้อยคุณภาพ” จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เข้าร่วมเสวนา

นายวราวุธ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ส่งผลทั้งในมิติแรงงาน การผลิต และการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ทำให้วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาในฐานะโจทย์ด้านกำลังคน ผลิตภาพ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศควบคู่กัน การขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ภาคการผลิตยังเป็นฐานการจ้างงานสำคัญของประเทศ

ตัวเลขสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในไตรมาส 2 ปี 2568 ประเทศไทยมีผู้มีงานทำประมาณ 38.51 ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ในภาคการผลิตประมาณ 6.39 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 16 ของผู้มีงานทำทั้งหมด ขณะที่ฐานประชากรรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานกำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนเด็กเกิดจากการทะเบียนลดลงจาก 736,352 คน ในปี 2558 เหลือ 462,240 คน ในปี 2567 หรือลดลงประมาณร้อยละ 37 ภายใน 9 ปี สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ยังใช้แรงงานเข้มข้นและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของการผลิต ความสามารถในการขยายกำลังการผลิต และต้นทุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว


ผลกระทบจากวิกฤตประชากรไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจำนวนแรงงานที่ลดลง แต่รวมถึงปัญหาคุณภาพและทักษะของกำลังคน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตที่ใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบดิจิทัล และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มากขึ้น กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการผลิตอัจฉริยะ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และผู้เชี่ยวชาญ เมื่อแรงงานรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบน้อยลง หากไม่สามารถเร่งยกระดับทักษะของแรงงานที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเชิงคุณภาพอาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการยกระดับอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง

“เราต้องเปลี่ยนสถานประกอบการให้เป็นพื้นที่ที่คนทำงานและมีครอบครัวได้ ในโลกที่แรงงานกำลังกลายเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด เราต้องปรับแนวคิดไปสู่คนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น สถานประกอบการต้องเป็นพื้นที่ที่คนสามารถ ทำงาน สร้างอาชีพ และมีครอบครัวไปพร้อมกันได้ ความยืดหยุ่นในบริบทของโรงงานไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำงานจากที่บ้าน แต่สามารถสร้างความยืดหยุ่นภายในระบบการผลิต เช่น การจัดกะที่เหมาะสม การสนับสนุนหญิงตั้งครรภ์ และพ่อแม่หลังคลอด สำหรับการดูแลเด็ก โดยให้โรงงานเข้าถึงระบบดูแลเด็กที่มีคุณภาพร่วมกันได้ โดยพัฒนารูปแบบการใช้บริการดูแลเด็กร่วมกัน ในระดับนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มโรงงาน หรือพื้นที่อุตสาหกรรม โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และความเชี่ยวชาญด้านเด็กและครอบครัว”

สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เราต้องไม่มองการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็นความเสี่ยง แต่ต้องมองให้เห็นโอกาสทางเศรษฐกิจ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงส่งเสริมให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพสามารถคงอยู่หรือกลับเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจและตลาดแรงงานได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างกระตือรือร้นและมีคุณค่าในสังคม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งส่งเสริมการพัฒนา Silver Industry หรืออุตสาหกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ การดำรงชีวิต ไปจนถึงการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น