xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันดีดทะลุ 39.84 บาท ขบ.ไฟเขียว ขึ้นค่าโดยสารรถบัสระหว่างจังหวัด 3 สตางค์ต่อกม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ขบ.ไฟเขียว ขึ้นค่าโดยสารรถบัส หมวด 2 , หมวด 3 ขึ้น 3 สตางค์ต่อกม.ต่อที่นั่ง หลังราคาดีเซลขยับขึ้นอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ 15 ก.ย. 69 ส่งผลเดินทาง 100 กิโลเมตร ปรับขึ้น 3 บาทต่อที่นั่ง เพื่อสะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริง

วันที่ 11 ก.ย.2569 กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ชี้แจงการปรับอัตราค่าโดยสารตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการในปัจจุบัน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการจัดการเดินรถ โดย กรมฯได้ดำเนินการปรับเพิ่ม/ลดอัตราค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่มีความผันผวนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีการปรับเพิ่ม/ลดเป็นจำนวน 5 ครั้ง ตามราคาน้ำมันและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลได้มีการปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าฐานราคาที่ปรับครั้งสุดท้ายที่ราคาน้ำมันดีเซล 34 บาทต่อลิตร โดย วันที่ 11 กันยายน 2569 คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งได้พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นจากอัตราต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากฐานราคาเดิมถึง 5 บาทต่อลิตร และเพื่อให้การให้บริการในระบบรถสาธารณะระหว่างเมืองจากกรุงเทพมหานครไปยังจุดต่าง ๆ ในต่างจังหวัด และรถสาธารณะที่ให้บริการเส้นทางเดินรถข้ามภาค ยังคงมีการให้บริการเที่ยววิ่งที่เพียงพอ ต่อความต้องการในการเดินทางของประชาชน และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระดับคุณภาพการให้บริการในภาพรวม

คณะกรรมการฯ จึงได้มีมติให้ปรับขึ้น อัตราค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางหมวด 2 (กรุงเทพฯ - ต่างจังหวัด) และหมวด 3 (ระหว่างจังหวัด) ขึ้น 3 สตางค์ต่อกิโลเมตรต่อที่นั่ง เช่น เดินทาง 100 กิโลเมตร ปรับขึ้น 3 บาทต่อที่นั่ง ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 สำหรับการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมที่เคยอนุมัติไว้

สำหรับการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในวันนี้ได้พิจารณาจากสูตรคำนวณปัจจัยต้นทุนที่แท้จริงที่มีการปรับปรุงตามสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ดัชนีค่าพลังงาน (Energy Index) และค่าจ้างแรงงาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถปรับขึ้นและลงได้ตามสถานการณ์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเก็บค่าโดยสารได้อย่างเหมาะสม สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริง และสามารถจัดการเดินรถได้ รวมทั้งประชาชนสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจะติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและต้นทุนการให้บริการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การปรับอัตราค่าโดยสารมีความเหมาะสม เป็นธรรม และไม่สร้างภาระแก่ประชาชน