xs
xsm
sm
md
lg

​ผู้เชี่ยวชาญ BRG เตือน AI กลายเป็น “แผนที่” ช่วยคนโกง ชี้ “วิจารณญาณมนุษย์” คือปราการสุดท้ายปิดช่องโหว่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



​กรุงเทพฯ — สองผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีนิติวิทยาจาก Berkeley Research Group (BRG) เผยผลวิเคราะห์เตือนองค์กรทั่วโลกและในประเทศไทยว่า แม้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบการทุจริตอย่างก้าวกระโดด แต่กระบวนการตรวจสอบของ AI ที่สม่ำเสมอและคาดเดาได้ง่าย กลับกำลังกลายเป็น "แผนที่" ยื่นให้ผู้กระทำผิดใช้หลบเลี่ยงระบบ พร้อมย้ำเตือนว่าดุลยพินิจของมนุษย์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการปิดช่องโหว่นี้

​นายวรพงษ์ สุธานนท์ กรรมการผู้จัดการ BRG ประเทศไทย ร่วมกับ Mr. Frank Dery กรรมการผู้จัดการ BRG ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยข้อสังเกตเกี่ยวกับความเสี่ยงของการพึ่งพา AI ในงานสืบสวนทุจริต โดยเปรียบเทียบกับบทเรียนในอดีตอย่างกฎหมาย Sarbanes-Oxley Act (SOX) ของสหรัฐฯ ซึ่งถูกออกแบบมาควบคุมองค์กรหลังคดีทุจริต Enron และ WorldCom แต่นักทุจริตกลับใช้ความชัดเจนของกฎเกณฑ์นั้นเป็นแผนที่เพื่อหลบเลี่ยงไปทุจริตในจุดที่ระบบเข้าไม่ถึง

​ในปัจจุบัน AI กำลังเสี่ยงที่จะตกอยู่ในกับดักเดียวกัน โดยรายงานจากหน่วยงานระดับโลกสะท้อนถึงวิกฤตและความเสี่ยง 4 ด้านสำคัญ ระบบกล่องดำและการอ้างอิงอดีต รายงานประจำปี 2024 ของศูนย์ส่งเสริมคุณภาพงานสอบบัญชีแห่งสหรัฐฯ (CAQ) ระบุว่า AI มักเป็นระบบปิด (Black Box) ที่ไม่อาจทราบเหตุผลในการประเมินผลได้ชัดเจน และหากฝึกให้ AI เรียนรู้เฉพาะข้อมูลทุจริตในอดีต ระบบจะมองไม่เห็นกลโกงรูปแบบใหม่
​การทุจริตที่ใช้ AI ช่วย (AI-assisted Fraud) ข้อมูลจาก Anthropic ที่รายงานผ่าน BBC ระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ใช้ AI ปลอมแปลงเอกสารและสร้างดีปเฟก (Deepfakes) รวมถึงกรณีแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือใช้ AI ปลอมประวัติเพื่อสมัครงานทางไกลกับบริษัท Fortune 500 ในสหรัฐฯ

สภาการรายงานทางการเงินของสหราชอาณาจักร (FRC) ตรวจพบว่าสำนักงานสอบบัญชีรายใหญ่หลายแห่งปล่อยให้ AI ทำงานโดยลำพังโดยไม่มีตัวชี้วัด (KPI) ประเมินผลกระทบต่อคุณภาพงาน
​การแจ้งเตือนผิดพลาด (False Positives) AI มักประเมินความผิดปกติทั่วไปว่าเป็นการทุจริต ซึ่งหากขาดมนุษย์คอยกลั่นกรอง อาจทำให้ทิศทางการสืบสวนคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น

​ผู้เชี่ยวชาญจาก BRG ชี้ว่า AI สามารถช่วยชี้จุดผิดปกติ ประมวลผลข้อมูลมหาศาล และคัดกรองเอกสารได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถทดแทน วิจารณญาณของมนุษย์ ได้ โดยเฉพาะใน 4 บทบาทหลัก คือ การตีความผลลัพธ์ตามบริบทธุรกิจ, การชั่งน้ำหนักหลักฐานที่ขัดแย้ง, การใช้ประสบการณ์แยกแยะสิ่งผิดปกติ, และการสื่อสารเพื่ออธิบายผลลัพธ์ในชั้นศาลหรือหน่วยงานกำกับดูแลซึ่ง AI ไม่สามารถขึ้นให้การหรือตอบคำถามจากการซักค้านได้
​นอกจากนี้ การสอบสวนในห้องสัมภาษณ์ยังต้องใช้วิธีอ่านภาษากาย น้ำเสียง และจังหวะความลังเลของผู้ถูกสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นทักษะจากประสบการณ์ตรงที่ไม่สามารถป้อนเป็นชุดข้อมูลให้ AI ได้

สำหรับบริบทในประเทศไทย แม้ AI จะเข้ามาช่วยทลายกำแพงภาษาในการวิเคราะห์ธุรกรรมข้ามชาติได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังคงสะดุดในพื้นที่หน้างานจริง 2 ประการ

สัดส่วนเอกสารกระดาษที่ยังสูง : เอกสารในไทยหลายแห่งยังไม่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เมื่อนำเข้าสู่ระบบ OCR จึงเกิดความคลาดเคลื่อนสูง ทำให้ AI ประมวลผลผิดพลาดมากกว่าเอกสารที่เป็นดิจิทัลตั้งแต่ต้น
​ความต่างของรูปแบบการทำงาน : AI ส่วนใหญ่ถูกฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลรูปแบบการทุจริตจากโลกตะวันตก แต่ระบบงานในไทยยังเป็นรูปแบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-automated) ที่ใช้องค์ประกอบมนุษย์สูง ทำให้ AI ขาดความเข้าใจบริบทและเตือนภัยได้ไม่แม่นยำ

​ผู้เชี่ยวชาญ BRG สรุปแนวทางสำหรับนักบัญชีนิติวิทยาและองค์กรในอนาคตไว้ 4 ประการ
​-สร้างกระบวนการตรวจสอบที่ไม่แน่นอน : ปรับเปลี่ยนแนวทางการตรวจอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดจับทางหรืออ่าน "แผนที่" ออก
​-พัฒนาทักษะรอบด้าน : ผสานความเชี่ยวชาญด้านบัญชี กฎหมาย และการบริหารจัดการข้อมูลเข้าด้วยกัน
​รักษาความรับผิดชอบ : มนุษย์ต้องเป็นผู้รับรองข้อสรุปและพร้อมอธิบายการใช้งานเทคโนโลยีต่อศาลหรือภาครัฐ
​-ก้าวนำกลโกง : พัฒนาเครื่องมืออย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับการทุจริตที่ใช้ AI เป็นตัวช่วย

เกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญ
​Frank Dery, CPA — กรรมการผู้จัดการ BRG ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญด้านงานสนับสนุนคดีความ ข้อพิพาทการซื้อขายกิจการ (M&A) และการสืบสวนทุจริตงบการเงินข้ามชาติ (FCPA)
​นายวรพงษ์ สุธานนท์ — กรรมการผู้จัดการ BRG ประเทศไทย ผู้นำด้านการสืบสวนสอบสวนและที่ปรึกษาความเสี่ยง ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งในไทย อาเซียน และสหรัฐฯ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยง (CRO) ของกลุ่มธุรกิจใหญ่ในไทย