TP Refinement ปรับโมเดลธุรกิจรับตลาดแฟชั่นชะลอ ลดพึ่งพา Multi-Brand หันรุก Own Brand และ License ชู Berwick เป็นหัวหอก เปิด Official Store แห่งแรกที่ Central Embassy ก่อนขยายครบ 7 สาขาภายในปี 2572 ตั้งเป้ารายได้ Berwick 200 ล้านบาท ดันพอร์ตใหม่แตะ 400 ล้านบาทใน 2–3 ปี
นายอภินันท์ นิธิวานิช กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร บริษัท ทีพี รีไฟน์เม้นท์ จำกัด (TP REFINEMENT) เปิดเผยว่า ปีนี้ TP Refinement พร้อมปรับทัพครั้งใหญ่กับแผนธุรกิจแฟชั่นสุภาพบุรุษ รับมือภาพรวมตลาดชะลอตัว ชูโมเดลเน้นแบรนด์ตนเอง และสิทธิ์การขาย (License) พร้อมเตรียมรวมโครงสร้างบริษัทในเครือ
เดิม TP Refinement ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้านิชมาร์เก็ต (Niche Market) ในกลุ่มสูทและรองเท้าหนังสไตล์ Classic Menswear โดยมีบริษัทคู่ขนานอย่าง TP Primary Apparel ร่วมทำธุรกิจแฟชั่น ซึ่งผลประกอบการรวมของทั้งสองบริษัทในปีที่ผ่านมา มียอดขายปิดไปได้ที่ราว 140 ล้านบาท
เหตุผลสำคัญของการลงทุนและปรับโครงสร้างในปี 2569 มาจากข้อจำกัดของสินค้า Multi-Brand ที่มีราคาสูงมาก โดยสูทราคา 40,000–100,000 บาท และรองเท้า 10,000–60,000 บาท ซึ่งเหมาะกับการเปิดเพียง 1–2 สาขาเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า แต่ไม่เหมาะแก่การขยายสาขาในระยะยาว ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มมองหาสินค้าแนว Accessible Luxury ที่เข้าถึงง่ายขึ้น ในระดับราคาประมาณ 7,500–9,600 บาท ซื้อซ้ำได้บ่อยขึ้น และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันรูปแบบ Smart Casual ได้จริง ประกอบกับการขายแบรนด์ของตัวเองและแบรนด์ที่ถือ License สร้างอัตรากำไร (Margin) ได้สูงกว่ามาก
จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทจึงเตรียมยุบรวม TP Primary Apparel เข้ามาอยู่ภายใต้ TP Refinement เพียงบริษัทเดียว เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการ พร้อมเปลี่ยนกลยุทธ์มาสร้างความเติบโตแบบ Synergy ด้วยการเน้นเปิดร้าน Own-Brand จับคู่ระหว่างรองเท้า Berwick กับแบรนด์เสื้อผ้าสุภาพบุรุษน้องใหม่ของบริษัทในชื่อ “Establishment” ซึ่งเตรียมเปิดสาขาแรกที่ EmQuartier ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้วยเงินลงทุนราว 15 ล้านบาท ควบคู่กับการขยายแบรนด์ผู้หญิงอย่าง Toula ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ TP Refinement ได้รับสิทธิ์บริหารและทำตลาด Berwick Official Store แบรนด์รองเท้าหนังพรีเมียมจากสเปนแต่เพียงผู้เดียวในไทย พร้อมประเดิมเปิด Official Store แห่งแรกในไทย ณ Central Embassy พื้นที่ 70 ตารางเมตร ด้วยมูลค่าการลงทุนราว 20 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียต่อจากเกาหลีและญี่ปุ่น
สำหรับ Berwick ถือเป็นแบรนด์รองเท้าหนังที่ถือ License ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นที่สุด เนื่องจากมีอัตราการซื้อซ้ำสูง ลูกค้า 1 คนมีเฉลี่ยประมาณ 3 คู่ จากจุดแข็งด้านราคาที่จับต้องได้ง่าย 7,000–9,000 บาท โครงสร้างการผลิตแบบ Goodyear Welted ที่แข็งแรงทนทาน และมีบริการหลังการขายครบวงจร เช่น Berwick Repair Center และระบบสมาชิก Berwick Thailand Membership
ทั้งนี้บริษัทวางแผนขยายสาขา Berwick ในรูปแบบร้านค้าเดี่ยว (Stand-Alone/Official Store) ให้ครบ 7 สาขาภายในปี 2572 เพื่อกระจายการเข้าถึงไปยังแลนด์มาร์กและทำเลสำคัญทั่วประเทศ โดยสาขาใหม่ๆ จะถูกจัดวางให้เปิดประกบคู่หรืออยู่ติดกับร้านเสื้อผ้า Establishment เพื่อเสนอแนวคิด Complete Look สไตล์ Classic Menswear ให้ผู้ชายเลือกซื้อจบได้ในที่เดียว
“โครงสร้างพอร์ตเดิมของบริษัทจะเน้นการทำร้านรูปแบบ Multi-Brand นำเข้าแบรนด์ต่างชาติมากกว่า 30 แบรนด์เข้ามาจำหน่าย ตลอดจนรับหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย (Retailer) ให้กับแบรนด์ต่างประเทศ จากนี้จะมุ่งขยายสาขาของ Berwick และโอนแบรนด์คู่กัน”
โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 15% ซึ่งผลประกอบการในช่วง 8 เดือนแรกยังคงทำได้ตามเป้าหมาย แม้จะต้องเผชิญกับภาวะตลาดแฟชั่นโดยรวมที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องและบริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้เฉพาะแบรนด์ Berwick ไว้ที่ 200 ล้านบาทต่อปี เมื่อขยายสาขาได้ครบตามแผน 7 สาขาภายในปี 2572 รวมถึงการเปิด Own Brand ที่จะขยายไปพร้อมๆ กัน โดยตั้งเป้าใน 2–3 ปี ทั้งสองส่วนจะทำรายได้รวมที่ 400 ล้านบาท.


