xs
xsm
sm
md
lg

ครม.ไฟเขียว ทอท.เซ็น AOTGA บริการ”ภาคพื้น-คลังสินค้า' รายที่ 3 สุวรรณภูมิ มูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท สัมปทาน 25 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครม. เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วลงทุน PPP "บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น-คลังสินค้า รายที่ 3" สนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ารวมกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท ทอท.เตรียมเซ็น AOTGA รับสัมปทาน 25 ปี ทั้ง 2 สัญญา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 ก.ย. 2569 มีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่3 (โครงการคลังสินค้าฯ) และเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) หลังจากนี้ ทอท.จะลงนามสัญญากับผู้ได้รับการคัดเลือกต่อไป

สำหรับโครงการให้บริการคลังสินค้า (คาร์โก้) รายที่ 3 มูลค่า 37,914.56 ล้านบาท แยกเป็น ค่าลงทุนในสิ่งปลูกสร้างอุปกรณ์และระบบ รวม 1,318.38 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและบำรุงรักษา 36,596.18 ล้านบาทระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 ปี

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เดิมคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 อนุมัติให้ ทอท. ดำเนินโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost และจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด

ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว ทอท. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562(คณะกรรมการคัดเลือกฯ) ได้ดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนและจัดทำเงื่อนไขสัญญา ร่วมลงทุนโครงการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามนัยมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (ตามข้อ 5.1)


โดย คณะกรรมการคัดเลือกฯ ในคราวประชุมครั้งที่24/2568 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุด

ทอท. ได้จัดทำเงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุนโครงการคลังสินค้าฯ ซึ่งสอดคล้องตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง เงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 โดยมีสาระสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยาน และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการคลังสินค้าให้มีแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการมากยิ่งขึ้นโดยโครงการมีขอบเขตการให้บริการ

ประกอบด้วย (1) คลังสินค้าขาเข้า (Import) (2) คลังสินค้าขาออก (Export) (3) คลังสินค้าถ่ายลำ (Transit) (4) สินค้าเน่าเสียง่าย และ (5) สินค้าเร่งด่วนและสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E - Commerce)

ทั้งนี้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการคลังสินค้าฯ ตามที่เสนอในครั้งนี้จะทำให้ ทอท. สามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท AOTGA เพื่อเริ่มดำเนินโครงการ ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการคลังสินค้าเพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในทุกปี ช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป


@บริการภาคพื้น รายที่ 3 วงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท สัมปทาน 25 ปี

สำหรับ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 (โครงการให้บริการลานจอดฯ) วงเงินลงทุน 29,390.76 ล้านบาท แยกเป็นค่าลงทุนในสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรอุปกรณ์ 1,608.76 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและบำรุงรักษา 27,782.01 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 25 ปี เป็นการดำเนินการตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ตามที่ ทอท.กระทรวงคมนาคม เสนอ

เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 อนุมัติให้ ทอท.ดำเนินโครงการให้บริการลานจอดฯรายที่ 3 โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost และจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว ทอท. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (คณะกรรมการคัดเลือกฯ) ได้ดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนและจัดทำเงื่อนไขสัญญา ร่วมลงทุนโครงการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามนัยมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (ตามข้อ 5.1)

โดย คณะกรรมการคัดเลือกฯ ในคราวประชุมครั้งที่25/2568 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุด เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยาน และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการการแต่ละรายให้มีแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการมากยิ่งขึ้น

โครงการ มีขอบเขตการให้บริการ แบ่งออกเป็น (1) กลุ่มบริการหลัก เช่น กลุ่มบริการอุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน กลุ่มบริการขนถ่ายและเคลื่อนย้ายกระเป๋า สัมภาระ สินค้า และไปรษณียภัณฑ์เป็นต้น และ (2) กลุ่มบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้บริการการจัดการทั่วไปด้านภาคพื้นการให้บริการด้านการบิน พิธีการบิน และลูกเรือ เป็นต้น

รูปแบบ ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการให้บริการลานจอดฯ ทอท. จะ ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท AOTGA เพื่อเริ่มดำเนินโครงการ ดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศและยกระดับการให้บริการ (Level of Service : LOS) รวมถึงสนับสนุนให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป