กฟภ.ครบรอบ66ปี ขยับสู่ผู้ให้บริการพลังงานแห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยี AI พลังงานสะอาด รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมพัฒนา Energy Trading Platform (ETP) และ TPA Platform เพื่อรองรับการซื้อขายไฟฟ้าเสรี Direct PPA ลุ้นสรุปค่าwheeling charge
นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือกฟภ.(PEA ) กล่าวในโอกาสวันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี แห่งความไว้วางใจ กฟภ. เติมพลังให้ทุกชีวิต” ว่า กฟภ.ได้ก้าวสู่บทบาท “ผู้ให้บริการพลังงานแห่งอนาคต” ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และพลังงานสะอาด โดยยกระดับระบบไฟฟ้าและบริการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงาน ทั้งระบบจำหน่ายสู่ Smart Grid และ Grid Modernization เพื่อรองรับ Solar Rooftop , รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ,Data Center และพลังงานหมุนเวียน โดยนำ Smart Meter และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงข่าย
รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายไฟฟ้าเสรี Direct PPA และการเชื่อมต่อพลังงานสะอาด ซึ่งขณะนี้กฟภ.อยู่ระหว่างรอสรุปค่าผ่านสาย (Wheeling Charge)
ทั้งนี้ กฟภ.นำ AI มาประยุกต์ใช้ภายใต้แนวคิด “AI GOES” ครอบคลุมการบริหารโครงข่าย การปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาธุรกิจ และบริการประชาชน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดขั้นตอน และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ
นายมงคล กล่าวว่าเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงไฟฟ้า กฟภ.จึงได้ขยายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมครัวเรือนและพื้นที่ทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลใช้ Solar Energy ร่วมกับ BESS เป็นทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้า เพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ล่าสุดกฟภ.ให้บริการไฟฟ้าแก่ลูกค้า 22.4ล้านราย 74จังหวัด
รวมทั้งพัฒนา Energy Trading Platform (ETP) และ TPA Platform เพื่อรองรับการซื้อขายพลังงานสะอาด โดยเฉพาะการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟจากประชาชน และการใช้โครงข่ายในรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า
กฟภ.วางเป้าหมายจาก Digital and Green Grid สู่ Smart Energy Solution และ “Sustainable Energy Utility for ALL” มุ่งสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง สะอาด มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม ผลักดันให้ไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ส่วนพรก.เงินกู้ 4แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยรัฐสนับสนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 1ล้านหลัง โดยกฟภ.การให้บริการ one stop service ในการขอติดตั้งโซลาร์รูฟ และรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนคืนในอัตรา 2.20บาท/หน่วย โดยกฟภ.ส่งเสริมขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชน ขณะที่ภาครัฐให้การลดหย่อนภาษีไม่เกิน 2แสนบาท และเงินอุดหนุนไม่เกิน 5หมื่นบาทสำหรับบ้านเรือนที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเกิน 5กิโลวัตต์ขึ้นไป หวังกระตุ้นให้ประชาชนติดโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้น


