นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปี 2569 มังคุดภาคใต้มีผลผลิตรวม 139,396 ตัน ออกสู่ตลาดแล้ว 93,293 ตัน คิดเป็น 67% โดยขณะนี้สถานการณ์ราคามังคุดอยู่ในความท้ามายจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพอากาศในช่วงต้นฤดูที่กระทบต่อคุณภาพผลผลิต ภาวะการซื้อขายในตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีนที่ชะลอตัว เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลไม้ชนิดอื่นเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง รวมถึงปริมาณมังคุดที่ทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด
นายวิทยากร กล่าวว่า กรมการค้าภายในบริหารจัดการตลาดมังคุดเชิงรุก โดยมุ่งเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต เพิ่มช่องทางจำหน่าย เชื่อมโยงผู้ซื้อ และช่วยพยุงราคาให้กับเกษตรกร ขณะนี้กรมฯ ใช้มาตรการต่าง ๆ ดูดซับและกระจายมังคุดออกจากแหล่งผลิตแล้วประมาณ 20,000 ตัน ควบคู่กับการสร้างดีมานด์และเพิ่มช่องทางตลาด เพื่อให้ผลผลิตสามารถระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง
นายวิทยากร กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการบริหารจัดการ กรมการค้าภายในใช้กลไกตลาดเพื่อดูดซับและเร่งระบายผลผลิตในพื้นที่ โดยประสานผู้ประกอบการเข้ามาเปิดจุดรับซื้อในแหล่งผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายและสามารถระบายผลผลิตได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันเร่งสร้างดีมานด์ โดยเชื่อมโยงการจำหน่ายและรณรงค์การบริโภคผลไม้ไทย ผ่านแคมเปญ "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ผ่านห้าง Modern Trade 6 รายใหญ่ ที่มีสาขาทั่วประเทศ ตลาดกลางหัวเมือง 3 แห่งได้แก่ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดมรกต รวมถึงตลาดสด และเชื่อมโยงจำหน่ายไปยังหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรขนาดใหญ่ อาทิ ปั้มน้ำมัน และบริษัทขนาดใหญ่ เช่น โอสถสภา หาดทิพย์ คาราบาว ยูนิลิเวอร์ เป็นต้น เพื่อกระจายมังคุดไปยังแหล่งบริโภคที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในได้เร่งเปิด ช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ ทั้งการจัดจุดจำหน่ายผลไม้ในสนามบิน 20 จังหวัด และร่วมกับสายการบินหลัก 7 แห่ง สนับสนุนการโหลดกล่องผลไม้ใต้ท้องเครื่องบินโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปริมาณ 10 กิโลกรัมต่อผู้โดยสาร เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569–31 สิงหาคม 2570 เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตไปยังพื้นที่บริโภคทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังสนับสนุนการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และการขนส่ง โดยสนับสนุนบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่งผลไม้ ทั้งกล่องขนาด 10 กิโลกรัม จำนวน 200,000 กล่อง และกล่องตะกร้าขนาด 3 และ 5 กิโลกรัม รวม 180,000 ใบ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการกระจายผลผลิตและเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
ด้านมาตรการเร่งด่วนเพื่อรองรับผลผลิตเกรดรอง เช่น มังคุดดำและมังคุดลาย กรมการค้าภายในเปิดจุดรับซื้อมังคุดเกรดโรงงาน หรือเบอร์ดำ ในราคานำตลาด 2 บาทต่อกิโลกรัม จำนวน 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช และปัตตานี-นราธิวาส เพื่อรองรับผลผลิตที่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดบริโภคสด พร้อมส่งเสริมตลาดรวบรวมรับซื้อในระบบประมูล โดยจัดตั้งลานประมูลในพื้นที่แหล่งผลิตสำคัญ 3 จุด ในจังหวัดชุมพรและนครศรีธรรมราช และประสานผู้รับซื้อเข้าร่วมประมูลมังคุดเบอร์ตกไซส์และเบอร์ดำ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจำหน่ายและเร่งระบายผลผลิตออกจากพื้นที่
นายวิทยากร กล่าวต่ออีกว่า ในด้านการแข่งขันของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น แนวทางของกระทรวงพาณิชย์เน้นส่งเสริมสินค้าที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาด ดังนั้น การรักษาและพัฒนาคุณภาพผลผลิตตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยขอให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการควบคุมและยกระดับคุณภาพมังคุด เนื่องจากคุณภาพเป็นตัวแปรสำคัญทั้งด้านราคาและโอกาสในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง
นายวิทยากร กล่าวอีกว่า ช่วงปลายเดือนกันยายนเป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของตลาดผลไม้ในประเทศจีน โดยมังคุดเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในตลาดจีน จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของมังคุดไทย หากประเทศไทยสามารถรักษาคุณภาพของผลผลิตได้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและขยายตลาดมังคุดไทยในประเทศจีนได้มากขึ้น
"การบริหารจัดการตลาดมังคุดจำเป็นต้องดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วนและการวางระบบตลาดในระยะต่อไป โดยมุ่งเพิ่มช่องทางตลาด ลดการกระจุกตัวของผลผลิต เชื่อมโยงผู้ซื้อกับเกษตรกร และพัฒนาช่องทางการกระจายสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ทั้งนี้ ด้านคุณภาพสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ จึงขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันควบคุมคุณภาพของผลไม้ไทย เพื่อเราจะสามารถแข่งขันได้ทั้งโอกาสและราคาที่ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง" นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย


