xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์”หารือ MLIT ญี่ปุ่น ต่อยอดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน - ดัน Smart Mobility บางซื่อ-แผนรับมือภัยพิบัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” หารือ MLIT ญี่ปุ่น เดินหน้าร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีด้าน”ถนน–ราง” ลุย Smart Mobility พัฒนาพื้นที่บางซื่อ ถ่ายทอดความรู้ระบบรับมืออุทกภัย (Floodway)พร้อมเร่งคลี่คลายประเด็นค้าง สร้างความเชื่อมั่นการลงทุนระยะยาว

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ นายฮิโรเสะ มาซาโยชิ ปลัดกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ด้านวิศวกรรม (MLIT) และคณะ ที่เข้าพบและหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านคมนาคมระหว่างไทยและญี่ปุ่น ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนนและระบบราง การบริหารจัดการน้ำและรับมือภัยพิบัติ ความปลอดภัยในการก่อสร้าง การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีและระบบ Smart Mobility เพื่อร่วมกันต่อยอดความร่วมมือไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมือด้านคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเดินหน้าความร่วมมือให้ครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ความปลอดภัย และการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะ การต่ออายุบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านแผนงาน นโยบาย เทคโนโลยีจราจร และการจัดการความปลอดภัยทางถนน ซึ่งฝ่ายไทยอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน และ MLIT ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อร่วมลงนาม MOU ฉบับใหม่ ทั้งนี้ ในข้อมูลประกอบการหารือของกระทรวงคมนาคมระบุถึงกำหนดการเยือนญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนกันยายนเพื่อการลงนามความร่วมมือดังกล่าวด้วย

ด้านการรับมือภัยพิบัติ ทั้งสองฝ่ายได้หารือการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ของญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย โดยเฉพาะแนวทาง ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบระบายน้ำเพื่อรับมืออุทกภัย (Floodway) ซึ่งจะบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมทางหลวง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมชลประทาน รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยบริหารจัดการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง

สำหรับระบบราง ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับ โครงการรถไฟสายสีแดง โดยมุ่งยกระดับศักยภาพของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้สามารถบริหารจัดการและซ่อมบำรุงขบวนรถได้ด้วยบุคลากรของไทยในระยะยาว ซึ่งญี่ปุ่นได้ประสานความร่วมมือผ่าน JICA ในการส่งผู้เชี่ยวชาญมาสนับสนุน พร้อมหารือแนวทางพัฒนาบุคลากรและถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้หารือการพัฒนาพื้นที่รอบ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และพื้นที่บางซื่อ โดยเฉพาะพื้นที่โซน A และโซน E เพื่อผลักดันแนวคิด Smart Mobility เชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะกับการพัฒนาเมืองและพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ โดยจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศเพื่อกำหนดขอบเขตการดำเนินงานและขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของ ประเด็นค้างจากโครงการรถไฟสายสีแดง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและข้อสัญญาที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาญี่ปุ่น ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบติดตามงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถคลี่คลายประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มว่า รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนญี่ปุ่นที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมของประเทศไทย โดยกระทรวงคมนาคมจะรับฟังข้อเสนอจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจญี่ปุ่น เพื่อนำมาประกอบการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจของญี่ปุ่นในประเทศไทยต่อไป