xs
xsm
sm
md
lg

ใจหาย! ปิดตำนาน 25 ปี Tops เกษตร สะท้อนทำเลงามวงศ์วานสู่ยุคทอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน — ใจหายไปตามๆ กัน สำหรับชาวงามวงศ์วาน ชุมชนโดยรอบ และเหล่าศิษย์เก่า ม.เกษตรศาสตร์ เมื่อศูนย์กลางไลฟ์สไตล์คู่ขวัญย่านบางเขนอย่าง “ท็อปส์ สาขาเกษตร” ที่เติบโตมาพร้อมกับวัยรุ่นยุค 90 ได้ขึ้นป้ายประกาศขอบคุณลูกค้า ปิดฉากการให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เป็นอันยุติตำนานหมุดหมายที่สร้างความทรงจำยาวนานกว่า 25 ปีลงไป อะไรเป็นสาเหตุ และอนาคตพื้นที่ตรงนี้จะเป็นอะไรต่อ

ย้อนรอย “Tops เกษตร” จากย่านค้าขายสู่ Campus Walk ในทรงจำ
ก่อนที่จะมาเป็น “Tops เกษตร” อดีตพื้นที่บริเวณหน้าประตูงามวงศ์วาน 1 ยุคก่อนปี 2540 เคยเป็นกลุ่มอาคารพาณิชย์และตลาดท้องถิ่นประจำย่านบางเขน ก่อนที่กลุ่มเซ็นทรัลจะเข้ามาเช่าพัฒนาพื้นที่ (ย้ำว่าเป็นการเช่าพื้นที่) เพื่อขยายธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต ในชื่อ “Tops Supermarket” ในรูปแบบอาคารเดี่ยว หรือ Standalone และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2540 เป็นต้นมา

ต่อมาได้ปรับโฉมพื้นที่ครั้งใหญ่ ภายใต้โมเดล Tops Campus Walk ในบริเวณชั้นล่างและพื้นที่รอบอาคาร โดยดึงร้านค้าเช่า ร้านอาหาร ร้านชาไข่มุก ร้านขายยา และร้านบริการต่างๆ เข้ามาเติมเต็ม อาทิ ร้านวราภรณ์ซาลาเปา ร้านแว่นตา และร้านขนมยอดนิยม เปลี่ยนจากซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของสดธรรมดา ให้กลายเป็น “คอมมูนิตี้มอลล์ย่อยๆ” ตอบโจทย์นิสิต บุคลากร ม.เกษตรฯ และคนในพื้นที่ในการนัดพบ ติวหนังสือ และหาของกินยามเย็น จนกลายเป็นหมุดหมายประจำย่าน

ตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ Tops เกษตร เป็นสาขาที่มีลูกค้าประจำมากมาย เห็นเงียบๆ แต่คนใช้บริการเนืองแน่น ดังนั้น ในแง่ของรายได้จึงไม่ได้มีเรื่องของการขาดทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ภายใต้สถานการณ์การแข่งขันย่านงามวงศ์วาน หรือแถวรอบๆ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีคอมมูนิตี้มอลล์หรือแหล่งรวมตัวกระจายอยู่ตามฝั่งถนนหลักต่างๆ มากมาย เช่น

1. ฝั่งถนนงามวงศ์วาน
* Home Village Kaset (ตรงข้ามประตูงามวงศ์วาน 1) เปิดให้บริการตามปกติ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์แหล่งรวมร้านอาหารยอดฮิตของนิสิตเกษตรฯ เน้นร้านอาหารสตรีทฟู้ด ร้านอาหารญี่ปุ่น/เกาหลี คาเฟ่ ชาไข่มุก และร้านสลัดยอดฮิตของเหล่านิสิต
* The Mall Lifestore Ngamwongwan แม้จะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ปรับรูปแบบใหม่เป็น Lifestore มีโซนร้านอาหาร คอมมูนิตี้สเปซ คาเฟ่ และร้านค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม

2. ฝั่งถนนพหลโยธิน และเกษตร-นวมินทร์
* Major/Avenue Ratchayothin (เมเจอร์ รัชโยธิน / ดิ อเวนิว รัชโยธิน) จุดเด่นติดรถไฟฟ้า BTS สถานี ม.เกษตรฯ นั่งไม่กี่นาทีก็ถึง เป็นทั้งศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์แนวราบ มีโรงภาพยนตร์ ร้านอาหารแบรนด์ดัง คาเฟ่ และตลาดนัดกลางคืนยามเย็น
* Nawamin City Avenue (นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว) ตั้งอยู่บนถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ห่างจาก ม.เกษตรฯ ออกไปไม่ไกล เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ที่มีทั้ง Villa Market ร้านอาหารพรีเมียม คาเฟ่ และสถาบันกวดวิชา ครบครันสำหรับคนในย่านนี้
* Festival Walk (เฟสติวัล วอล์ก) ตั้งอยู่ติดกับนวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว ตกแต่งสไตล์ยุโรป เน้นร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่นั่งชิลล์ช่วงเย็นถึงค่ำ

3. ฝั่งวิภาวดีรังสิต และบริเวณใกล้เคียง
* Urban Square Prachachuen (ออร์เบิน สแควร์ ประชาชื่น) แม้จะข้ามไปทางฝั่งเลียบคลองประปาใกล้ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ แต่นิสิตเกษตรฝั่งวิภาวดี/งามวงศ์วานก็นิยมไป เพราะมีร้านอาหาร คาเฟ่บรรยากาศร่มรื่น และพื้นที่นั่งทำงาน

เปิดสาเหตุปิดตัว ปัจจัยหมดสัญญาเช่า และศักยภาพที่ดินเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถอยู่ได้ภายใต้การแข่งขันกับคู่แข่งรอบๆ แต่เมื่อบริบทของเมืองเปลี่ยนไป มีรถไฟฟ้าตัดผ่านบริเวณ ม.เกษตรหลายสาย ทั้งสายสีแดง สายสีเขียว รวมถึงสายสีน้ำตาลในอนาคต ส่งผลให้มูลค่าที่ดินติดถนนงามวงศ์วานพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การใช้ประโยชน์ที่ดินแนวราบเพื่อทำเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตจึงไม่ตอบโจทย์เชิงเศรษฐศาสตร์อีกต่อไป นำมาสู่กระแสข่าวในพื้นที่ว่า เมื่อหมดสัญญาเช่าลง เจ้าของที่ดินดังกล่าว อาจนำไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยก็เป็นไปได้ในอนาคต

จึงอาจกล่าวได้ว่า สาเหตุของการปิดบริการในวันนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาผลประกอบการหรือยอดขายตกต่ำ แต่เกิดจากครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของกลุ่มเซ็นทรัลตั้งแต่แรก

ส่องพอร์ต Tops Standalone ในวันยุทธศาสตร์เปลี่ยน
การปิดตัวของสาขาเกษตรสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างธุรกิจและการจัดวางพอร์ตสาขาของ Tops (ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล หรือ CRC) โดยปัจจุบัน Tops มีสาขาทั้งหมดทั่วประเทศรวมกันกว่า 700–750 สาขา แบ่งเป็น Tops / Tops Food Hall  173 สาขา และ Tops Daily 542 สาขา สะท้อนว่าการเติบโตของ CFR ไม่ได้พึ่งพา Standalone Supermarket แบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่กระจายไปยังหลาย Format โดยเฉพาะสาขา Standalone นั้น ปัจจุบันเปิดให้บริการอยู่ราว 10–15 สาขาในทำเลชุมชนหนาแน่น เช่น สาขาพัฒนาการ 30 และสาขาสุขาภิบาล 3 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ Tops ได้ดำเนินยุทธศาสตร์ Portfolio Rationalization หรือการบริหารพอร์ตสาขาอย่างยืดหยุ่น หากสาขาใดหมดสัญญาเช่าหรือศักยภาพพื้นที่เปลี่ยนไป Tops จะพิจารณาปิดบริการเพื่อนำงบประมาณไปลงทุนในทำเลใหม่ที่มีผลตอบแทนสูงกว่า

ขณะเดียวกันก็มีการขยายทัพและปรับโมเดลธุรกิจอย่างดุเดือด เช่น
1. ซื้อกิจการ MaxValu แปลงโฉม 30 สาขา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการทยอยรีแบรนด์และปรับปรุงหน้าร้านเข้าสู่พอร์ต Tops และ Tops Daily

2. รุกโมเดล “Tops Hybrid / Tops Daily Hybrid Store” ยกระดับร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตให้กลายเป็นคอมโบสเปซ โดยเพิ่มโซนอาหารพร้อมทาน มุมกาแฟ Arigato

3. ยกระดับสู่ Tops Food Hall และ Tops Fine Food โดยเตรียมเปิดสาขาขนาดใหญ่เพิ่มอีก 8–10 สาขาทั่วประเทศ

โดยในแง่รายได้ของ Tops นั้น จัดอยู่ในผลประกอบการกลุ่มธุรกิจ Food Products ของเซ็นทรัล รีเทล (CRC) ซึ่งมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ปี 2564 มีรายได้ 82,074 ล้านบาท เพิ่มเป็น 92,143 ล้านบาทในปี 2565 และปี 2566 เพิ่มเป็น 98,337 ล้านบาท ส่วนในปี 2567 เพิ่มเป็น 107,691 ล้านบาท ล่าสุดในปี 2568 อยู่ที่ 111,766 ล้านบาท หรือตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 36.2% และสำหรับปี 2569 คาดรายได้แตะราว 1.17 แสนล้านบาท หรือโตขึ้นอีก 4-5%

เป้าหมายถัดไป Tops ยังคงมุ่งเป้าเร่งสปีดการแปลงโฉมสาขา MaxValu เดิม และขยายสาขาในรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับหนึ่งของประเทศไทย แม้จะต้องบอกลาสาขาในตำนานอย่าง “Tops เกษตร” ไป แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของการปรับตัวตามโครงสร้างเมืองและการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต.