xs
xsm
sm
md
lg

กกร. ผนึกรัฐ-World Bank ขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” จัดทำ White Paper ต่อยอดเวทีโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กกร.จับมือรัฐ ดึงWorld Bank ร่วมเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในการเปลี่ยนผ่าน ระดมสมอง ข้อเสนอต่างๆ พร้อมรวบรวมข้อเสนอแนะและบทเรียนจากการประชุม จัดทำ White Paper เป็นกรอบการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชน นำไปแลกเปลี่ยนต่อในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับรัฐบาล กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกลุ่มธนาคารโลก จัดงาน The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระดมผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญร่วมกำหนดทิศทางการยกระดับประเทศไทยและเชื่อมโยงการเติบโตกับอาเซียน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลจากการประชุมทำให้มั่นใจใน 3 เรื่องสำคัญ เรื่องแรก ภาครัฐและภาคเอกชนมีเป้าหมายร่วมกัน ไม่ใช่เพียงทำให้ประเทศไทยพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง แต่ต้องทำให้ไทยเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของอาเซียน และเชื่อมโยงภูมิภาคกับเศรษฐกิจโลก

เรื่องที่สอง ทุกฝ่ายเห็นตรงกันถึงแนวทางที่จะไปสู่เป้าหมาย โดยภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันตั้งแต่การกำหนดปัญหา ออกแบบทางออก ลงมือทำ ไปจนถึงติดตามผล และเรื่องที่สาม ประเทศไทยต้องสร้างแพลตฟอร์มให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง


การเปลี่ยนข้อเสนอไปสู่การลงมือทำจะเกิดขึ้นใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับโลก โดยต่อยอดผลการประชุมไปสู่การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมนี้ เพื่อเชื่อมโจทย์ของไทยและอาเซียน ระดับภูมิภาค ต้องสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล เพื่อเชื่อมกฎเกณฑ์ มาตรฐาน และโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจกับธุรกิจ เพื่อเชื่อมผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ ร่วมลงทุน ถ่ายทอดเทคโนโลยี และพัฒนาคน ส่วนระดับประเทศ จะใช้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน โดยแบ่งงานเป็น 4 เสาที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ การลงทุนและเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ การค้าและเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคน และการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ

Mr. Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงประเทศไทยควรทำอะไร แต่คือจะทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ซึ่งวันนี้ได้เห็นภาครัฐและภาคเอกชนมาร่วมกันภายใต้วิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมมีกลไกในการขับเคลื่อนไปสู่ผลลัพธ์ World Bank และ IFC ได้เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านครั้งที่สอง


นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า การ Reinvent Thailand ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่คือการยกระดับฐานเศรษฐกิจเดิมและเปิดพื้นที่ให้เครื่องยนต์ใหม่เติบโต โดยต้องอาศัย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ องค์กรความรู้และมาตรฐานระดับโลก การขับเคลื่อนอย่างมีเอกภาพของภาคเอกชน และนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน และต่อเนื่อง ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนา Ecosystem ที่พร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ครอบคลุมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data และระบบการเงิน เพื่อเปลี่ยนการลงทุนระลอกใหม่ให้เป็น New Growth Engines

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การค้าโลกกำลังเผชิญทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการทางการค้า เงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานใหม่ ทุกอุตสาหกรรมจึงต้องเตรียมพร้อมตลอดทั้งห่วงโซ่ ขณะที่ประเทศไทยต้องเร่งเจรจาการค้า ทั้งด้านสินค้า บริการ ดิจิทัล มาตรฐาน และการอำนวยความสะดวกทางการค้า รัฐบาลในอาเซียนต้องร่วมกันสร้างห่วงโซ่มูลค่าของภูมิภาค เชื่อมระบบศุลกากร โลจิสติกส์ และมาตรฐาน แทนการแข่งขันลดมาตรฐานหรือให้สิทธิประโยชน์แข่งกันเพียงอย่างเดียว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยมีฐานอุตสาหกรรมและ Supply Chain ที่ได้รับความเชื่อถือด้านคุณภาพและมาตรฐาน จึงมีความพร้อมต่อยอดไปสู่ Intelligent Industry และเพิ่มบทบาทใน Global Supply Chain การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องมีพลังงานที่มั่นคงและต้นทุนแข่งขันได้ แผน PDP 2026 ที่สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

ทั้งนี้ กกร. จะรวบรวมข้อเสนอและบทเรียนจากการประชุมจัดทำเป็น White Paper เพื่อเป็นกรอบการทำงานร่วมกันของภาครัฐและภาคเอกชน และนำไปแลกเปลี่ยนต่อในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ภายใต้แนวคิด Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience