ความท้าทายด้านพลังงานที่โลกกำลังเผชิญ ทั้งความผันผวนของราคาพลังงาน ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม การรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม และการพัฒนาที่ยั่งยืน กลายเป็นโจทย์สำคัญของทุกประเทศ รวมถึงไทย
บริษัท ปตท. จำกัด ในฐานะองค์กรพลังงานแห่งชาติ จึงเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวภายใต้แนวคิด “Energy Trilemma” ที่ให้ความสำคัญกับ 3 มิติหลัก ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ความเป็นธรรมในการเข้าถึงพลังงาน (Affordability) และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Sustainability) ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการดำเนินงาน โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล เพื่อสะท้อนบทบาทของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนประเทศ ปตท. ได้นำคณะสื่อมวลดูงาน ณ โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในกำลังสำคัญที่ทำหน้าที่สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี
สำหรับโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ตั้งอยู่ในตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช บนพื้นที่ประมาณ 54 ไร่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2539 ในฐานะโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 4 ของ ปตท. มีภารกิจสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ผ่านกระบวนการแยกและแปรสภาพก๊าซให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศ
โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 230 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจภาคใต้ โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ได้จากกระบวนการแยกก๊าซประกอบด้วย ก๊าซเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือ LPG สำหรับใช้ในภาคครัวเรือน และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและการกลั่นน้ำมัน
สำหรับก๊าซเชื้อเพลิงที่ผลิตได้จะถูกส่งผ่านระบบท่อไปยังโรงไฟฟ้าขนอม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชน ขณะที่ก๊าซหุงต้มจะถูกลำเลียงทางเรือไปยังคลังปิโตรเลียมในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและสงขลา ส่วนก๊าซโซลีนธรรมชาติจะถูกส่งต่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนเบื้องหลังการผลิตดังกล่าวอาศัยเทคโนโลยีการแยกก๊าซด้วยระบบ Expander Process ซึ่งใช้เครื่อง Turbo Expander ลดความดันและอุณหภูมิของก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้สามารถแยกองค์ประกอบต่าง ๆ ตามคุณสมบัติจุดเดือดที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่การกำจัดสิ่งปนเปื้อน ความชื้น และสารปรอท ก่อนเข้าสู่กระบวนการแยกก๊าซมีเทนและอีเทนสำหรับผลิตไฟฟ้า และแยกผลิตภัณฑ์ LPG รวมถึง NGL เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภาคส่วนต่าง ๆ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ภารกิจของโรงแยกก๊าซจะดำเนินอยู่หลังรั้วโรงงานและไม่ค่อยเป็นที่รับรู้ของสาธารณชนมากนัก แต่ในความเป็นจริง โรงงานแห่งนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนในวงกว้าง ตั้งแต่ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านเรือน ก๊าซหุงต้มในครัว ไปจนถึงวัตถุดิบสำคัญของภาคอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ปัจจุบัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมมีบุคลากรปฏิบัติงานรวม 115 คน ทั้งพนักงาน ปตท. และพนักงานจากหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ที่ร่วมกันดูแลกระบวนการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การส่งมอบพลังงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ตลอดเวลากว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแยกก๊าซธรรมชาติเท่านั้น หากแต่เป็นหนึ่งในเสาหลักที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคใต้ และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตพลังงานที่มั่นคง ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว


