xs
xsm
sm
md
lg

BGRIMจัดทัพหน่วยธุรกิจรับแผนPDP2026 เดินหน้าดีลData Center-เชื่อมไฟฟ้าส่วนเกินป้อนลูกค้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



BGRIM จัดทัพ4หน่วยธุรกิจ รับ PDP2026 มุ่งสู่ Energy Tech Company แย้มรับรู้รายได้ทันทีในช่วงครึ่งหลังปี2569ถึงต้นปีหน้าจากโครงการต่างๆที่ทยอยCOD พร้อมเชื่อมไฟฟ้าส่วนเกินกว่า250เมกะวัตต์ป้อนให้กับลูกค้าได้ทันที และเดินหน้าดีล AI และ Data Center Ecosystem

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือBGRIM เปิดเผยว่า BGRIM ปรับทิศทางการจัดทัพหน่วยธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อรองรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) พร้อมก้าวสู่ความเป็น Energy Tech Company เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ระยะสั้นและยาวที่บริษัทฯในช่วงที่เหลือของปี 2569 และต่อเนื่องถึงต้นปี 2570

ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาวของประเทศคาดว่าจะสูงถึงราว 77,374 เมกะวัตต์ ในกรณีสูง (High Case) ภายในปี 2593 โดยเฉพาะโครงการ Data Center ในพื้นที่ EEC ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 3,000–4,000 เมกะวัตต์ ท่ามกลางร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) ที่คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเดือนกันยายนนี้

เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว บี.กริม เพาเวอร์ ได้ transform องค์กรอย่างเป็นระบบ จัดตั้ง 4 หน่วยธุรกิจหลักที่เสริมพลังซึ่งกันและกัน ภายใต้เป้าหมายก้าวจากผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำ สู่การเป็น Energy Tech Company ที่ครบวงจร ประกอบด้วย บี.กริม บียอนด์บริดจ์ หัวหอกธุรกิจดิจิทัล มุ่งสู่ Digital Infrastructure-as-a-Service (DIaaS) ต่อยอดจาก Smart Micro Grid ความยาวกว่า 216.76 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รองรับกลไก Third Party Access (TPA) ที่กำลังจะเกิดขึ้นตาม PDP 2026

บี.กริม ไอเน็ต ร่วมทุนกับไอเน็ต ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Industrial Estate เสริมความมั่นคงด้านข้อมูลและ Digital Sovereignty ของประเทศ

ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ผู้พัฒนาและดำเนินการ Data Center ระดับ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่จังหวัดชลบุรี คืบหน้ากว่า 45% เตรียมเปิดดำเนินการบางส่วนปลายปี 2569 พร้อมตั้งเป้าขยายรวมเป็น 300 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573

และพอร์ตพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ภายใต้ยุทธศาสตร์ GreenLeap ตั้งเป้ากำลังผลิตตามสัญญา 10,000 เมกะวัตต์ สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกว่า 50% ภายในปี 2573 ครอบคลุมโครงการทั้งในไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น 


นายนพเดช กล่าวว่า บริษัทจะรับรู้รายได้ทันทีในช่วงที่เหลือของปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยไม่ต้องรอการลงทุนใหม่ มาจากกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกินที่พร้อมเชื่อมต่อให้กับลูกค้าได้ทันที บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่พร้อมเชื่อมต่อและรับรู้รายได้ได้ทันที รวมประมาณ 250 เมกะวัตต์ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและอ่างทอง

ขณะที่ดีล Data Center Ecosystem ที่ดินพร้อมไฟ อยู่ระหว่างการเจรจาขายที่ดินพร้อมระบบไฟฟ้าให้ผู้พัฒนา Data Center ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญและสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมในนิคมอุตสาหกรรม
ส่วนโครงการ Nakwol 1 (เกาหลีใต้) โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 365 เมกะวัตต์ ที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 49% อยู่ในกลุ่มโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ หลังบริษัท B.Grimm Power Korea เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ Unison Co., Ltd. สัดส่วนราว 85% (มูลค่า 32,000 ล้านวอน) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ
ส่วนData Center ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม โครงการ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ ที่ชลบุรี คืบหน้ากว่า 45% เตรียมทยอยเปิดดำเนินการบางส่วนภายในปลายปี 2569

นอกจากนี้ยังมีโครงการ COD อื่นๆ ที่คาดว่าจะทยอยเข้าระบบ ได้แก่ Zhongce Rubber โครงการโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ขนาด 35 เมกะวัตต์ และ Huong Hoa 1 โครงการพลังงานลมบนฝั่งในเวียดนาม ขนาด 48 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการอื่นอีกรวมกำลังผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต? โครงการ อินทรี บี.กริม โซล่าร์ เดินหน้ารับรายได้ต่อเนื่อง ขนาด 83.79 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โครงการโซลาร์ลอยน้ำ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ที่นิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี เริ่มรับรู้รายได้แล้ว โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเฟสแรกแล้วรวม 17 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ,โครงการโซลาร์ฟาร์ม Vista Alegre ที่ฟิลิปปินส์ บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation (ARECO) บริษัทย่อยได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (REPA) ขนาด 50 เมกะวัตต์ จากโครงการกำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส กับ National Transmission Corporation (TransCo) ภายใต้โครงการ Green Energy Auction – 4 (GEA-4) ของกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์

บริษัทยังเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน บนหลักคิด “อธิปไตยทางพลังงาน” (Energy Sovereignty) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะยาว