xs
xsm
sm
md
lg

รฟท.ดันพัฒนา CY บางกล่ำ รองรับรถไฟทางคู่เชื่อม โลจิสติกส์ มาเลเซีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ว่าการรถไฟฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่–บางกล่ำ ตรวจการปฏิบัติงาน ติดตามความพร้อมพื้นที่พัฒนาเป็น CY รองรับโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ เชื่อมโยงโลจิสติกส์ไทย–มาเลเซีย

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน ณ สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมตรวจติดตามความพร้อมของพื้นที่สำหรับการพัฒนาย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (Container Yard: CY) บริเวณสถานีบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ในอนาคต

นายอนันต์ เปิดเผยว่า สถานีชุมทางหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเดินทางและการขนส่งทางรางที่สำคัญของภาคใต้ตอนล่าง เชื่อมโยงการเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ยังได้ตรวจติดตามพื้นที่บริเวณสถานีบางกล่ำ ซึ่งมีแผนพัฒนาเป็นย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า (CY) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับการขนส่งสินค้าทางราง และสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากถนนสู่ระบบราง (Shift to Rail) โดยพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพในการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากพื้นที่ภาคใต้ไปยังด่านปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซีย และภูมิภาคใกล้เคียง

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี และช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่–สงขลา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายระบบรางในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันการรถไฟฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อโครงการได้รับการพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนต่อไป




“การพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้ ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่รองรับการขนส่งสินค้า จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของระบบรางและระบบโลจิสติกส์ในภาคใต้ ช่วยสนับสนุนการลดต้นทุนและระยะเวลาการขนส่ง ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ผลผลิตจากภาคการผลิต และภาคอุตสาหกรรมของภาคใต้สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผ่านด่านปาดังเบซาร์ไปยังประเทศมาเลเซียและภูมิภาคใกล้เคียง” นายอนันต์ กล่าว


นายอนันต์ กล่าวว่า การรถไฟฯ ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของโครงการในทุกมิติ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้เมื่อโครงการผ่านการพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนแล้ว จะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในพื้นที่ภาคใต้จะช่วยเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ยกระดับระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตลอดจนเสริมศักยภาพการเชื่อมโยงระบบรางระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียในระยะยาว