xs
xsm
sm
md
lg

ตอกเข็มปลายปีนี้! 2 สะพานใต้ “เชื่อมเกาะลันตา-ทะเลสาบสงขลา”ทช.จ้างผู้รับเหมามาเลเซีย คาดเสร็จปี 72

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ทช.เซ็นสัญญาจ้างก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา - จ.พัทลุง และสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ วงเงินกว่า 4.6 พันล้านบาท ใช้ผู้รับเหมา”มาเลเซีย”เริ่มตอกเข็ม ต.ค.-พ.ย.69 คาดเสร็จปี 72 ปลดล็อกเดินทางเชื่อมฝั่ง แลนด์มาร์คใหม่คาดดันนักท่องเที่ยวเพิ่ม

วันนี้ (31 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสตีเฟน เอ็น. นเดกวา ว่าที่ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ (World Bank) และผู้บริหารระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา - ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ขับเคลื่อนสู่ระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผู้แทนกิจการร่วมค้า CMC ผู้แทนบริษัท CHEC CONSTRUCTION (M) SDN.BHD สัญชาติมาเลเซีย ร่วมลงนามในสัญญาจ้าง ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมบุรีศรีภู
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 ซึ่งจะเป็นสมบัติของชาวไทยที่สามารถส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างภาคภูมิใจต่อไปส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม


นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70:30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก ร้อยละ 70 และเงินงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 30 เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา - ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน (3 ปี) นับตั้งแต่วันแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน โดยคาดว่าจะออก NTP เริ่มก่อสร้างได้ประมาณ เดือนต.ค.-พ.ย.2569

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา - ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ความยาวรวม 7 กม.สะพานยาว 6.6 กม. ถนนเชื่อมต่อ 400 เมตร (เชื่อมต่อ ทล. 4 และ ทล.408 ) ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 4,604 ล้านบาท (งบประมาณ 30% : เงินกู้ธนาคารโลก 70%

โดยก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 4 เมตร ไหล่ทางกว้างด้านละ 2.5 เมตร (อนาคตหากปริมณจราจรเพิ่มมากขึ้น สามารถปรับเป็น 4 ช่องจราจรได้) ส่วนขนาดช่องลอดกว้างสูงสุด 20 เมตร สูง 18 เมตร รูปแบบโครงสร้างสะพาน โดยสะพาน ช่วงยาวเป็นพิเศษที่สุด 140 เมตร โดยรูปแบบสะพานช่วงหลักที่มีความเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดช่องลอดของกรมเจ้าท่า คือ สะพานแบบคานขึง และส่วนของสะพานช่วงต่อเชื่อมทั้งสองข้างของสะพานช่วงหลัก มีรูปแบบเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ช่วงความยาวสะพานประมาณ 40 เมตร

การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อยู่ระหว่างขออนุญาตเพิกถอนพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบทและธนาคารโลก (World Bank) ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและผลกระทบโดยรอบบริเวณพื้นที่โครงการทั้งระหว่างการก่อสร้างซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น มาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายของตะกอน การสั่นสะเทือน ซึ่งจะมีการติดตั้งม่านดักตะกอน
โดยเฉพาะการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ที่มีประมาณ 12- 14 ตัว และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลา ที่ต้องทำควบคู่กัน


โดยกรมทางหลวงชนบท ได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาเป็นโครงการต้นแบบในการพิจารณาแนวทางการดำเนินการก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลมาอิรวดีที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา รวมถึง ยังได้หาแนวทางร่วมกับกรมประมง ในการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง และการฟื้นฟูทรัพยากรประมง เพื่อให้โครงการก่อสร้างสอดรับกับวิถีชีวิต ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ โครงสร้างเสาสะพานหลักได้ออกแบบราวสะพานให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คเพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย

เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยช่วยลดระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือ ลดระยะเวลาในการเดินทางราว 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียงแค่ 10 นาที


@สะพานเกาะลันตา ปลดล็อกเดินทางเชื่อมฝั่ง แลนด์มาร์คใหม่คาดนทท.เพิ่มแตะ 1 ล้านคน/ปี

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร มีความกว้างของโครงสร้างสะพาน 13.50 เมตร ซึ่งโครงสร้างสะพานหลักออกแบบเป็นสะพานแบบคานขึง มีช่วงความยาวที่ยาวที่สุด 200 เมตร ส่วนโครงสร้างสะพานรอง ออกแบบเป็นสะพานแบบคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ก่อสร้างโดยวิธีคานยื่นสมดุล รวมระยะทางทั้งสิ้น 2.240 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 1,781 ล้านบาท

โครงการมีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงหมายเลข 4206 ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ตำบลเกาะกลาง ข้ามคลองช่องลัดไปเชื่อมกับทางหลวงชนบทสาย กบ.5035 บนเกาะลันตาน้อย มีความยาวสะพานประมาณ 1,780 เมตร พร้อมถนนเชื่อมต่อประมาณ 747 เมตร รวมระยะทางโครงการประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นถนน 2 ช่องจราจร โดยช่วงสะพานหลักออกแบบเป็นสะพานขึง ผสมผสานกับสะพานคานยื่นสมดุล และออกแบบองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมโดยนำอัตลักษณ์ “เสากระโดงเรือสำเภา” และ “กระบี่ไขว้” มาประยุกต์ เพื่อให้สะพานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของจังหวัดกระบี่


ปัจจุบัน ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้แพขนานยนต์ข้ามไปยังเกาะลันตาน้อย ก่อนเดินทางผ่านสะพานสิริลันตาเข้าสู่เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งแพขนานยนต์ไม่เพียงพอต่อปริมาณการเดินทาง ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลานานในการรอข้ามฟากนานที่สุดราว 2-3 ชั่วโมง เมื่อสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางเหลือเพียง 2 นาทีโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่มีคิวรอใช้แพขนานยนต์จำนวนมาก และ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็วหากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรบนเกาะที่มีอย่างจำกัด และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางได้อย่างเต็มศักยภาพ

โดยปริมาณจราจรบนถนน ฝั่งเกาะลันตา มีประมาณ 25,000 คัน/วัน และมีประชากรมากกว่า 2 หมื่นคน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 8 แสนคน คาดว่า เมื่อมีสะพานจะทำให้การเดินทาง มีความสะดวกมากขึ้นคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้าน- 1.5 ล้านคนต่อปี ช่วยสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่