บวท.ประชุมร่วมผู้ใช้ห้วงอากาศทุกภาคฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริง ต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี ระบบงาน และรูปแบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รับปริมาณเที่ยวบินเพิ่ม “ภัทรพงศ์” หนุนผลักดันไทยสู่ World-Class Aviation Hub
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) จัดการประชุม Airspace Users - ANSP Meeting ประจำปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ บวท. และหน่วยงานผู้ใช้ห้วงอากาศทุกภาคส่วน ได้สื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ รวมถึงนำเสนอผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนา และแนวทางการปรับปรุงการให้บริการของ บวท. ทั้งในปัจจุบันและแผนงานในอนาคต โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ในอุตสาหกรรมการบินเข้าร่วมรับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง รวมทั้งปัญหาและข้อขัดข้องจากการปฏิบัติงาน ตลอดจนความต้องการและความคาดหวังต่อการให้บริการในอนาคตสะท้อนถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการการเดินอากาศ และผู้ใช้ห้วงอากาศ ในการพัฒนาระบบการบินของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า บวท. ได้นำเสนอ 5 หัวข้อสำคัญ ในการประชุมดังกล่าว ได้แก่
1. Meteorological Information for Air Traffic Management (MET for ATM) ความร่วมมือด้านอุตุนิยมวิทยาเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ โดยมีผู้แทนจากกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมให้ข้อมูล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้ห้วงอากาศสามารถนำข้อมูลสภาพอากาศมาใช้ประกอบการวางแผนและบริหารจัดการเที่ยวบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การบริหารจัดการจราจรทางอากาศเขตประชิดสนามบินกรุงเทพ และสนามบินภูมิภาค โดยรายงานการดำเนินการออกแบบวิธีปฏิบัติการบิน และพัฒนาห้วงอากาศ รวมถึงการดำเนินงานของสายงานบริการการเดินอากาศส่วนภูมิภาค รวมถึงการนำระบบ AMAN (Arrival Manager) มาช่วยวางแผนและจัดลำดับอากาศยานขาเข้าให้เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับของสนามบิน ลดความล่าช้า และการบินวนรอ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรห้วงอากาศ และขีดความสามารถของสนามบินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
3. การบริหารจัดการจราจรทางอากาศเส้นทางบินกรุงเทพ เพื่อการปรับปรุงพื้นที่การใช้บริการ Upper/Lower Sector และ การเปิดใช้งานเส้นทางบิน L770 ซึ่งเป็นเส้นทางบินตรงจากไทยไปยังจีน ช่วยสายการบินลดระยะทางในการบิน ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยจะเริ่มใช้งานเส้นทางบินใหม่นี้ ในวันที่ 3 กันยายน 2569
4. การบริหารเครือข่ายการจราจรทางอากาศ มุ่งเน้นโครงการพัฒนาโครงสร้างห้วงอากาศและเส้นทางบิน และการบริหารจัดการเที่ยวบินในภาพรวมของเครือข่ายเพื่อให้การจัดสรรและบริหารความต้องการใช้ห้วงอากาศสอดคล้องกับปริมาณเที่ยวบินและสถานการณ์การจราจรทางอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
5. แผนการดำเนินงานตามแนวคิด Flight and Flow Information for a Collaborative Environment (FF-ICE) ซึ่งเป็นการพัฒนาการจัดการเที่ยวบินให้เป็นไปอย่างมีพลวัตตลอดทั้งช่วงการบินผ่านการบูรณาการข้อมูลด้านการบินและการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยระบบอัตโนมัติ โดยมีแผนเริ่มทดลองใช้งาน SWIM (System Wide Information Management) ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของ FF-ICE ในเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นจะเริ่มทดลองการให้บริการ FF-ICE ในเดือนตุลาคม 2570 เพื่อวางแผนการบินแบบใหม่
นับเป็นการวางรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการจราจรทางอากาศด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยงถึงกัน ทันเวลาต่อการตัดสินใจ เป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการทั้งเพื่อสายการบินและผู้โดยสารและเป็นการเปลี่ยนผ่านระบบการบินของประเทศไทยไปสู่ระบบดิจิทัล
นายสุรชัย กล่าวว่า บวท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการให้บริการ โดยยึดความต้องการของผู้ใช้ห้วงอากาศเป็นสำคัญ การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริง จะช่วยให้ บวท. สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดการพัฒนาเทคโนโลยี ระบบงาน และรูปแบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินและรูปแบบการเดินทางทางอากาศในอนาคต และร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น World-Class Aviation Hub ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม


