xs
xsm
sm
md
lg

เปลี่ยนเรื่องพลังงานให้เป็นเรื่องสนุก กฟผ. เปิดห้องเรียนพลังงานขนาดใหญ่ จุดประกายเยาวชนสู่โลกนวัตกรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเรื่อง “พลังงาน” ที่หลายคนมองว่าเข้าใจยากและซับซ้อน ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเรื่องที่เล่นได้ ทดลองได้ และลงมือทำได้จริง?

คำตอบอยู่ที่บูทของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 11 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี


ปีนี้ กฟผ. ชวนผู้เข้าชมเปิดมุมมองใหม่ต่อเรื่องพลังงาน ภายใต้แนวคิด “Innovate Power Solutions for a Better Life” หรือ “นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ผ่านกิจกรรมที่ผสานทั้ง การเรียนรู้ การทดลอง และการลงมือทำด้วยตัวเอง พร้อมเติมเต็มความรู้ด้านพลังงานและนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีนายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. พร้อมด้วย คุณพีรนุช กัณหดิลก ผู้อำนวยการสำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ร่วมในพิธีเปิด


นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. กล่าวว่า นิทรรศการพลังงานของ กฟผ. ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงาน แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจที่ทำให้ทุกคนได้เห็นว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สามารถนำมาใช้สร้างอนาคตด้านพลังงานที่ดีขึ้นได้จริง และช่วยจุดประกายให้เด็กและเยาวชนที่สนใจได้เรียนรู้ คิดค้น และพัฒนานวัตกรรมต่อไป

กฟผ. กับพลังงานยุคใหม่ เปิดโลก 8 นวัตกรรมแห่งอนาคต

นายศุภชัยพาเยี่ยมชมไฮไลต์ภายในบูททั้ง 8 กลุ่มผลงานวิจัยและนวัตกรรมมีทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR โซลาร์ลอยน้ำ หรือ Hydro Floating Solar รวมถึงโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ที่นำวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประชาชน


ขณะเดียวกันยังมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ซึ่ง กฟผ. เข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น (Grid Modernization) เพื่อให้โครงข่ายไฟฟ้าสามารถรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกด้านคือแนวคิด Circular Economy ผ่าน Second Life Battery Ecosystem ที่มุ่งนำแบตเตอรี่จากรถยนต์ไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานแล้วมาต่อยอดเป็นระบบกักเก็บพลังงาน และเมื่อหมดอายุการใช้งานก็สามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ รวมถึงมี EGAT LANDMOS ที่ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามการเคลื่อนตัวของผิวดินบริเวณเหมืองแม่เมาะแบบเรียลไทม์


ส่วน EGAT ASH NOVA เป็นการนำเถ้าลอยจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะมาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างทางเลือก เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ขณะที่ EGAT SCADA X คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ควบคุมและตรวจสอบระบบไฟฟ้า รองรับการทำงานของทั้งอุปกรณ์สมัยใหม่และระบบเดิม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสู่ยุคดิจิทัล

SMR คืออะไร? ชวนรู้จักโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ทางเลือกพลังงานอนาคต

หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือ SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่ง กฟผ. อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเป็นอีกทางเลือกด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคต

นายธีรภัทร ศิริสืบ ฝ่ายวิศวกรรมโรงไฟฟ้า กฟผ. ให้ข้อมูลว่า SMR มีกำลังการผลิตไฟฟ้าน้อยกว่า 300 เมกะวัตต์ มีลักษณะเป็นโมดูล ทำการผลิตและประกอบเบ็ดเสร็จจากโรงงานผู้ผลิต ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ตามมาตรฐาน สามารถขนย้ายด้วยรถบรรทุกหรือรถไฟ เพื่อนำไปติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยโรงไฟฟ้ามีอายุการใช้งานประมาณ 60 ปี


หลักการทำงานโรงไฟฟ้า SMR คือการใช้ความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันต้มน้ำให้เดือดกลายเป็นไอน้ำ จากนั้นนำไอน้ำไปขับกังหันไอน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าโดยไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิง จึงไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนโดออกไซด์ (CO2) และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ SMR อยู่ระหว่างการศึกษา โดยหากเดินหน้าโครงการตามแผน PDP คาดว่าจะมีโรงไฟฟ้า SMR ในไทยภายในปี 2050 เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality โดยมีข้อดีเรื่องต้นทุนค่าไฟฟ้า และความมั่นคงทางพลังงาน

กฟผ. ชวนเยาวชนเล่น-ลอง-เรียนรู้ ห้องเรียนพลังงานที่ลงมือทำได้จริง

ไม่เพียงแค่การให้ความรู้ นายศุภชัย กล่าวเสริมว่า กฟผ. ยังเปิดพื้นที่ Interactive และ Workshop เกือบ 10 กิจกรรม ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและลงมือทำจริง

“นอกเหนือจากนั้น ภายในบูทของเราก็เปิดเป็นพื้นที่ที่จะให้น้อง ๆ ได้มาเรียนรู้ผ่านการทดลอง การเล่นครับ เช่น การทำเรื่องไฟฉาย เพื่อจะให้รู้จักวงจรเบื้องต้น วัตถุประสงค์ก็คือเพื่อที่จะให้น้อง ๆ ได้เห็นว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว แล้วก็ตรงกับที่ทาง กฟผ. ได้เอาวิทยาศาสตร์มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยทำให้เราสามารถได้พลังงานที่มีความมั่นคงสำหรับอนาคตต่อไป” นายศุภชัย กล่าว


โดยบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สมุทรปราการ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทั้งสนุก ตื่นเต้น และได้ความรู้ โดยเฉพาะกิจกรรมต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ลงมือทดลองด้วยตัวเอง พร้อมมองว่าเป็นโอกาสเปิดประสบการณ์และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แม้ไม่ได้เรียนสายวิทยาศาสตร์โดยตรง แต่เดิมก็สนใจด้านนี้อยู่แล้ว และเมื่อได้ลงมือทำจริงก็พบว่า เรื่องที่คิดว่ายากกลับเข้าใจง่ายกว่าที่คิด


ขณะที่ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนพรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี เล่าว่า กิจกรรมทำไฟฉายเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบที่สุด เพราะได้ทดลองต่อวงจรและเรียนรู้หลักการที่สามารถนำไปเชื่อมโยงกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การต่อวงจรไฟฟ้าภายในบ้าน หรือการทำงานของหลอดไฟ

จากประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำจริง ทำให้เรื่องที่เคยมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น โดยเจ้าตัวเผยว่า หากมีโอกาส ก็อยากศึกษาต่อในสายนี้ในอนาคต


“พื้นที่ตรงนี้จะจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจ หวังว่าน้อง ๆ ที่ได้เข้ามาเรียนรู้จะเติบโตเป็นว่าที่นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นวัตกรรุ่นใหม่ ที่สามารถนำเอาพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาสร้างเป็นนวัตกรรม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานได้” นายศุภชัยกล่าวทิ้งท้ายพร้อมเชิญชวนเยาวชน ผู้ปกครอง และสถานศึกษา มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 นี้เท่านั้น ณ อาคาร 11 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

เพราะเรื่องพลังงานไม่จำเป็นต้องเข้าใจยากเสมอไป...