นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ พบ Canva บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากออสเตรเลียที่มีผู้ใช้งานกว่า 265 ล้านคนทั่วโลก ชวนใช้ไทยเป็นฐาน Designer และตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI-Design พร้อมนำนักธุรกิจไทยรุกตลาดออสเตรเลีย ยกระดับความสัมพันธ์ุสู่หุ้นส่วนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม พลังงานสะอาด และอุตฯมูลค่าสูง
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะภาครัฐและเอกชนไทย ได้เดินทางเยือนนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือการหารือกับผู้บริหารบริษัท Canva บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย เกี่ยวกับแนวทางขยายความร่วมมือและโอกาสการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
Canva เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกสัญชาติออสเตรเลีย ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออกแบบดิจิทัล และ Visual Communication ที่นำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 265 ล้านคนต่อเดือนในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ให้บริการแก่บริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม Fortune 500 มากถึง 475 บริษัททั่วโลก โดยประเทศไทยมีผู้ใช้งานประมาณ 7 ล้านคนต่อเดือน และมีบัญชีผู้ใช้งานสะสมกว่า 30 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นถึงฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่งและการขยายธุรกิจของ Canva ในประเทศไทย
ทั้งนี้ นายอนุทินได้เชิญชวน Canva พิจารณาจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย และจัดตั้ง AI-Design Research Center เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และพัฒนาขีดความสามารถด้านการออกแบบที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ และขยายโอกาสในการเข้าสู่ตลาดโลก
รวมทั้งการขยายความร่วมมือด้านการศึกษา พัฒนานักออกแบบไทย การพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้แก่ SMEs ไทย ที่ผ่านมา Canva ได้มีบทบาทในการยกระดับการศึกษาผ่านการลงนาม MOU กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนจากโรงเรียนรัฐและเอกชนกว่า 3.3 ล้านคน สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์ม Canva Education โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และตั้งเป้าขยายให้ถึง 6.6 ล้านคนภายในปี 2571
ในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการออกแบบ Canva ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักออกแบบไทย (Canva Creators) ที่สร้างผลงานผ่านแพลตฟอร์มของ Canva จาก 190 คน เป็น 1,000 คน ภายในปี 2571 รวมถึงพัฒนาทักษะด้าน AI เพื่อเสริมศักยภาพนักออกแบบไทยยุคใหม่ให้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง และยังร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เพื่อเพิ่มทักษะในการพัฒนาภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ โดยตั้งเป้าช่วยเหลือ SMEs ไทยให้ถึง 40,000 ราย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในงาน “Thailand-Australia Investment & Business Partnership Reception” ณ Crown Towers Sydney ซึ่งจัดโดยบีโอไอเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยและออสเตรเลีย โดยมีผู้บริหารจากบริษัทออสเตรเลียกว่า 70 รายเข้าร่วมจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งการผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร ดิจิทัล การศึกษา สุขภาพและการแพทย์ เหมืองแร่และเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่อง พลังงานหมุนเวียน และธุรกิจบริการ
ภายในงานนี้ มีผู้บริหารภาคธุรกิจไทยและออสเตรเลียพบปะและหารือโดยตรง เพื่อสร้างเครือข่ายและต่อยอดโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยคณะภาคเอกชนไทยที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรีประกอบด้วยผู้บริหารจากกลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ไทยเบฟเวอเรจ กลุ่มเซ็นทรัล ปตท. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บี.กริม เพาเวอร์ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ศุภาลัย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล มิตรผล และบ้านปู เพื่อแสวงหาโอกาสในการขยายความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทออสเตรเลียที่เข้าร่วมงาน
ในช่วงปี 2564 – มิถุนายน 2569 มีโครงการลงทุนและร่วมทุนจากออสเตรเลียยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 93 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 33,425 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าเงินลงทุนสูงที่สุด 13,833 ล้านบาท รองลงมาคืออุตสาหกรรมเคมี 6,936 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร 3,810 ล้านบาท
การลงทุนจากออสเตรเลียในไทยครอบคลุมกิจการที่ใช้เทคโนโลยีในหลายสาขา เช่น เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ชิ้นส่วนยานยนต์ การวิจัยและพัฒนา และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยมีบริษัทออสเตรเลียชั้นนำที่เข้ามาลงทุนในไทยแล้ว เช่น ANCA ในกลุ่มเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ARB ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ Ridley Corporation ในกิจการวิจัยพัฒนา และผลิตสารเสริมอาหารสัตว์ และ Ansell ผู้ผลิตถุงมือทางการแพทย์


